วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558

งานรับเหมาต่อเติมบ้าน เชียงใหม่

ท่านเคยเจอปัญหาแบบนี้กับงานรับเหมาต่อเติมบ้าน เชียงใหม่บ้างหรือไม่?
  1. เกิดรอยร้าวในหลายจุดหลังการต่อเติมไปไม่นาน เช่น ผนังร้าว คานร้าว เสาร้าว อาคารต่อเติมทรุดร้าว โดยเฉพาะจุดต่อของโครงสร้างต่อเติมและบ้านเดิม
  2. สัตว์เล็กๆ เช่น มด ปลวก หนู และแมลงต่างๆ เข้ามาทำความเสียหาย โดยเข้ามาทางรอยร้าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการต่อเติมที่ไม่ถูกหลักวิศวกรรม
  3. มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะต้องอยู่อาศัยในอาคาร ในขณะที่ช่างต้องเข้ามาทำงานในบริเวณบ้าน
  4. ไม่มีการรับประกันผลงาน บริการหลังการขาย หรือการแก้ไขงาน เมื่อตรวจพบความเสียหายจากการใช้งานภายหลังจากการส่งมอบงานไปแล้ว
  5. เจ้าของบ้านจำเป็นต้องอยู่อาศัยในบ้านระหว่างการต่อเติม อาจไม่มีการป้องกันผลกระทบจากการต่อเติมอาคาร และการรักษาความสะอาดในหน่วยงานก่อสร้างที่ดีเพียงพอ
  6. ระบบสุขาภิบาล และ/หรือ ระบบไฟฟ้าแตกหักเสียหายจากการกดทับของโครงสร้างส่วนต่อเติมที่มีปัญหาอาคารทรุด
  7. ปัญหาน้ำรั่วซึมตามผนังและหลังคาตามรอยต่อที่แตกร้าวต่างๆ
  8. ไม่มีการออกแบบและควบคุมงานจากผู้ให้บริการทางวิชาชีพ ทำให้คุณภาพงานไม่ดีเพียงพอ
712.All
 ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดกับท่าน ถ้าท่านเลือกต่อเติมกับเราผู้เชี่ยวชาญด้านงานรับเหมาต่อเติมบ้าน เชียงใหม่อย่างมืออาชีพเราเข้าใจ และพร้อมตอบสนองในทุกความต้องการของท่าน ด้วยมิตรภาพและไมตรีจิต ราคายุติธรรม การต่อเติมภายในอาคาร
  1. กั้นห้องเพิ่มเติมภายในบ้าน
  2. เปลี่ยนแปลงฟังก์ชันการใช้งานภายในอาคาร
  3. ต่อเติมหลังคาบนดาดฟ้า
  4. ต่อเติมชั้นลอยให้เต็ม
  5. ต่อเติมกันสาดตรงช่องเปิดประตูหน้าต่างเพื่อกันแดดกันฝน
  6. ต่อเติมห้องน้ำภายในบ้าน
หลักการทั่วไปที่ควรคำนึงถึงสำหรับงานต่อเติมภายในอาคาร คือ

- น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของโครงสร้าง และถ้าเห็นว่าเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างให้ปรึกษาวิศวกรทันที อย่าเห็นว่าไม่เป็นไร
- เลือกใช้วัสดุเบา เช่น ผนังยิปซัมบอร์ด สมาร์ทบอร์ด ผนังโฟมฉาบปูน วีว่าบอร์ด ยิปซัมบอร์ด หรือ พาร์ทติชัน เป็นต้น

- เลือกใช้โครงสร้างเบา เพื่อลดน้ำหนักบรรทุก เช่น เลือกใช้โครงสร้างเหล็ก แทนโครงสร้างคอนกรีต เป็นต้น

การต่อเติมยอดนิยมมีดังนี้คือ
  1. ต่อเติมครัวด้านหลัง (ชั้นเดียว)
  2. ต่อเติมครัว (ชั้นล่าง) และซักล้าง (ชั้นบน) ด้านหลัง
  3. ต่อเติมโรงรถด้านหน้า (ชั้นเดียว)
  4. ต่อเติมโรงรถ (ชั้นล่าง) และต่อขยายห้องนอน (ชั้นบน)

ไม่ว่าจะต่อเติมแบบใด สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดสำหรับงานต่อเติมคือระบบฐานรากและการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของโครงสร้าง นั่นหมายความว่า
- ห้ามปูวัสดุคร่อมรอยต่อโครงสร้าง ควรใช้ตัวจบโดยมีการทำ joint sealant ด้วยวัสดุยืดหยุ่น
-  ช่องว่างของโครงสร้าง เสา คาน พื้น ต้องมีการทำ joint sealing ด้วยวัสดุยืดหยุ่น พร้อมกับมีรายละเอียดการจบเพื่อความสวยงาม เช่น ตัวจบสแตนเลส บัวปิดรอยต่อโครงสร้าง เป็นต้น
- ต้องมีการออกแบบต่อเติมทางวิศวกรรม ห้ามเชื่อมโครงสร้างใหม่กับโครงสร้างเดิม เช่น เสา คาน พื้น ให้ทำการตัดรอยต่อแยกโครงสร้างทุกส่วนที่ชนกับตัวบ้าน
-  ต้องแยกเมนงานระบบไฟฟ้าประปาส่วนต่อเติมจากตัวบ้านเพื่อสะดวกในการควบคุมและซ่อมบำรุง

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

บ้านชั้นเดียว หรือ แบบบ้านเดี่ยวสองชั้น

บ้านชั้นเดียว หรือ แบบบ้านเดี่ยวสองชั้น

เชื่อไหมว่า เรื่องหนึ่งที่ บริษัทรับออกแบบบ้าน ทั่วๆไปมักเจอก็คือ การที่ลูกค้าลังเลใจว่าจะเลือกแบบบ้านชั้นเดียว หรือ แบบบ้านเดี่ยวสองชั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่า บ้านชั้นเดียวและแบบบ้านเดี่ยวสองชั้น ก็ถือว่า มีประโยชน์ที่แตกต่างกัน แม้ว่าราคาก่อสร้างบ้านสองชั้นจะแพงกว่าบ้านชั้นเดียวก็ตาม แต่ถ้าเทียบแบบสวยๆแล้ว ก็ถือว่าแพงกว่ากันไม่มาก ดังนั้นจะเลือก บ้านชั้นเดียวหรือบ้านสองชั้นดี วันนี้เรามีข้อแนะนำดีๆมาฝากกัน

ก่อนอื่นลองตัดเรื่องของความสวยงามออกไปก่อน แล้วลองมาดูก่อนว่า แบบบ้านไหนที่สะดวกต่อการใช้งานของเรามากที่สุด โดยดูจากเรื่องทั่วๆไปของเราก่อน เช่น ปกติแล้ว เราเป็นคนชอบขึ้นบันไดไหม แล้วมีคนแก่อาศัยด้วยหรือเปล่า ซึ่ง หากมีคนแก่อาศัยอยู่ด้วย หรือว่าตัวเราเป็นคนที่ไม่ชอบขึ้นบันไดเลย บ้านชั้นเดียวก็ดูท่าจะเหมาะสมสำหรับคุณมากกว่า แต่ถ้าคุณบอกว่า อย่างไรก็ได้ ก็คงต้องไปดูกันต่อ ในเรื่องของ พื้นที่ใช้สอย เพราะหากต้องการพื้นที่ใช้สอยมาก แต่มีขนาดที่ดินน้อย ก็อาจจะจำเป็นต้องลองพิจารณาแบบบ้านเดี่ยวสองชั้นดู เพราะ บ้านชั้นเดียวอาจจะไม่สามารถสร้างได้ให้มีพื้นที่ใช้สอยมากพอเมื่อเทียบกับที่ดิน เพราะเราต้องเผื่อพื้นที่สำหรับสวนและอื่นๆด้วย



แต่หากตอบว่า อย่างไรก็ได้ มีที่ดินมาก ชอบทั้งบ้านสองชั้นและบ้านชั้นเดียว เราก็คงจะต้องมาดูในเรื่องของแบบบ้าน แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการบ้านที่สำคัญของ บริษัท รับออกแบบบ้าน ที่จะต้องลองออกแบบบ้านมาให้ทางลูกค้าเลือกดูหลายๆแบบ โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้า ก่อนว่า ต้องการ พื้นที่ใช้สอยอย่างไร กี่ห้องนอน มีห้องอะไรบ้าง และต้องออกแบบมาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด หลังจาก ออกแบบเสร็จแล้ว ก็ต้องมานำเสนอลูกค้า และสามารถอธิบายข้อดีข้อเสีย ของแบบบ้านแต่ละแบบที่ออกมาได้

คำแนะนำก่อนเลือกซื้อบ้านแบบสองชั้น
- ควรคำนึงถึงเรื่องไลฟ์สไตล์ หรือลักษณะของชีวิตประจำวันทั้งของเราและสมาชิกในครอบครัวว่าเป็นอย่างไร เหมาะกับสไตล์บ้านแบบสองชั้นหรือไม่ เช่น ในครอบครัวมีผู้สูงอายุอยู่ด้วยหรือไม่ หรือมีความขี้เกียจเดินขึ้น-ลงบันไดหรือเปล่า
- หากเป็นที่ดินเปล่าแล้วทำการก่อสร้างบ้าน ควรพูดคุยสื่อสารกับสถาปนิกที่มารับงานออกแบบให้ดี ต้องมีความชัดเจนในเรื่องของรายละเอียด เพราะหากทำการก่อสร้างออกมาแล้วเกิดไม่ชอบใจ ก็ต้องมานั่งเสียทั้งเวลาและเงินงบประมาณในการก่อสร้างเพิ่มในภายหลัง
- ดูถึงพื้นที่ใช้สอยกับเงินงบประมาณในกระเป๋าของเราว่าคุ้มค่าคุ้มราคากันไหม และสามารถผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือน รวมถึงค่าส่วนกลางด้วยหรือไม่
ข้อควรคำนึงในการเลือกแบบบ้านเดี่ยวสองชั้น
- ดูถึงความชอบว่าเป็นสไตล์ที่เราต้องการจริงๆ ไหม
- คำนึงถึงเรื่องของพื้นที่ใช้สอย อาจดูเรื่องของฮวงจุ้ยประกอบด้วยก็ได้
- คำนึงถึงในอนาคตว่าจะต้องการต่อเติมบ้านหรือไม่ และบ้านแบบสองชั้นนี้สามารถตอบโจทย์เรื่องนี้ได้มากน้อยเพียงใด
- เรื่องการบำรุงรักษาตัวบ้าน รวมถึงการป้องกันแมลงต่างๆ หรือปลวก เป็นต้น
- คำนึงถึงราคาค่าก่อสร้างว่าคุ้มค่าหรือไม่ และเหมาะกับราคานี้จริงๆ หรือ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง
- คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยว่าการก่อสร้างนั้นได้รับอนุญาตหรือไม่ มีทีมวิศวกรหรือสถาปนิกที่มีคุณภาพเพียงใด
โดยต่างๆ เหล่านี้ก็ถือเป็นวิธีเลือกแบบบ้านสองชั้นในขั้นแรกให้ได้ลองศึกษากันดู ซึ่งก่อนเลือกซื้อบ้านควรทำการบ้านกันเป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจซื้อ

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เคล็ดลับน่ารู้คู่การสร้างบ้านที่ราคาสร้างบ้านไม่บานปลาย

เคล็ดลับน่ารู้กับคู่การสร้างบ้านที่ราคาสร้างบ้านไม่บานปลาย

การสร้างบ้านมีความหลากหลายและมีองค์ประกอบมากมายจึงไม่ใช้งานเล็กๆที่คิดจะทำกันวันสองวันก็เสร็จ ในการสร้างบ้านให้สวยงามโดยที่งบไม่บานปลาย  การเลือกทีมงานในการก่อสร้างก็มีความสำคัญยิ่ง เลือกทีมงานออกแบบและก่อสร้างแบบไหนดี? จึงจะสร้างได้ดี และ มีความรับผิดชอบสูงสร้างโดยไม่ทิ้งงานเรา วันนี้เว็บไซต์บ้านรับสร้างบ้าน นำเสนอแง่มุมที่น่าสนใจในการสร้างบ้าน

chaimaiHouseAll

เลือกบ้านแบบไหนให้สวยและดี
การสร้างบ้านควรเริ่มต้นค้นหาความเป็นคุณ เช่น ที่ราคาสร้างบ้านที่คุณจ่ายไหว ขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง Function ตลอดจนถึงรูปแบบหน้าตาอาคาร โดยในปัจจุบันแบบบ้านที่ได้รับความนิยมจะเน้นถึงความ โปร่ง โล่งและบ่งบอกความเป็นตัวต้นของเจ้าของและยังเป็นที่อยู่ที่อาศัยของเรา ดังนั้นคิดจะสร้างบ้านทั้งที่ต้องคำนึงถึงหลายๆอย่าง

สร้างอย่างไรไม่ให้งบบาน
การสร้างให้อยู่ในงบประมาณเราต้องเริมต้นจากการกำหนดความต้องการให้ชัดเจนให้มากที่สุด โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1.การกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอยและแบบของอาคารให้แน่ชัดตามความต้องการ (ห้ามเปลี่ยนแปลงบ่อยๆเพราะการเปลี่ยนแปลงในขณะการก่อสร้างจะสูญเสียค่าใช้จ่ายและเวลามาก)
2.กำหนดเรื่องวัสดุที่ต้องการโดยคำนึงถึงความเหมาะสมของราคาและการใช้งาน (เนื่องจากวัสดุในปัจจุบันมีความหลากหลายทั้งรูปแบบและราคา จึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับงบเป็นสำคัญ)
3.การตกแต่งหน้าตาอาคาร ให้สวยโดนใจ มั้กไม่มีขอบเขตยิ่งแต่งมากก็สวยมากและงบก็เพิ่มขึ้นตามด้วยเช่นกัน
4.ก่อนการลงมือก่อสร้างควรกำหนดทุกสิ่งให้ครบและอย่าเปลี่ยนแปลงบ่อยๆจะทำให้งบประมาณไม่บานปลาย

การเลือกแบบบ้านให้สวยและตรงใจ อาจสรุปขั้นตอนง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1.กำหนดงบประมาณราคาสร้างบ้านเพื่อหาขนาดของพื้นที่ เช่น ราคาค่าก่อสร้าง ณ ปัจจุบัน 16,500-20,000 บาท/ตร.ม. งบที่ประมาณการไว้ 5 ล้านบาท เราจะได้พื้นที่ของบ้าน ที่จะสร้าง ประมาณ 300 ตร.ม.
2.กำหนดจำนวนห้องที่ต้องการ เช่น จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ ที่จอดรถ ห้องรับแขก ครัว และจำนวนชั้นของอาคารเป็นต้น
3.การจัด Function ของห้องต่างๆว่าจะมีความต่อเนื่องเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกและเข้ากับ lifestyle ของคุณ
4.เลือกแบบภายนอกของบ้าน (Style) ที่คุณชอบ เช่น Modern Tropical Loft หรือ Contemporary เป็นต้น
5.เลือกวัสดุที่ชอบแต่ที่สำคัญต้องให้อยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้
6.นำข้อมูลและความต้องการทุกอย่างมาผสมผสานกันและนำแบบที่ได้ไปออกแบบและเขียนแบบอาคาร
7.นำแบบที่ได้ไปขออนุญาตกับทางราชการและผู้เกี่ยวข้อง เช่น ขอก่อสร้างกับสำนักงานเขต ขออนุญาตน้ำ ไฟและขอวงเงินสินเขื่อกับธนาคารต่างๆ
8.สุดท้ายจัดหาทีมงานก่อสร้างบ้าน การเลือกแบบบ้านควรมีเพื่อนคู่คิดที่ชำนาญงาน เช่น สถาปนิกจะได้คำแนะนำที่ดีขึ้นและสามารถนำความต้องการที่ได้มาสรุปเป็นแบบที่ตรงใจเราได้มากที่สุด ซึ่ง Array ได้จัดเตรียมสถาปนิกผู้เชียวชานเพื่อช่วยให้คุณได้บ้านที่ตรงใจที่อยู่ในงบประมาณที่เหมาะสม และด้วยการบริการครบวงจรตั้งแต่ออกแบบ ขออนุญาต จนถึงจัดหาวงเงินสินเชื่อให้อีกด้วย

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ทรงบ้านชั้นเดียว

ทรงบ้านชั้นเดียวเหมาะกับใครบ้าง

หากเจ้าของบ้านมีความคิดที่จะสร้างบ้านหลังเล็กๆ สัก 1 หลัง ด้วยงบประมาณที่ไม่มากนัก การเลือกสร้างบ้านชั้นเดียวถือว่าเป็นตัวเลือกในการเริ่มต้นที่ดีเลยทีเดียว ในการเริ่มต้นสร้างบ้านสัก 1 หลัง การเลือกหาแบบบ้านที่พอเหมาะพอดีกับที่ดินของเจ้าบ้าน และงบประมาณในการก่อสร้างถือเป็นเรื่องจำเป็นอันดับต้นๆ ที่ต้องคิดถึง และถ้าหากตัดสินใจได้แล้วว่าอยากเริ่มต้นสร้างบ้านชั้นเดียว เจ้าของบ้านควรจะเริ่มต้นเลือกแบบบ้านอย่างไร จึงจะช่วยให้งบประมาณในการก่อสร้างไม่บานปลาย และได้บ้านที่สร้างเสร็จ สวยงาม



วิธีการเลือกแบบบ้านชั้นเดียว ราคาประหยัด
  1. เลือกบ้านให้เหมาะกับขนาดที่ดินของตนเอง ข้อนี้ไม่ได้หมายความว่าบ้านหลังเล็กๆ จะต้องอยู่บนที่ดินขนาดเล็กๆ เสมอไป แม้ว่ามีที่ดินขนาดใหญ่ แต่อยากปลูกบ้านหลังเล็ก แล้วทำสวนสีเขียวชอุ่มแวดล้อมตัวบ้านให้ร่มรื่น ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย
  2. เลือกแบบบ้านที่มีฟังก์ชั่นในตัวบ้านครบตามความต้องการ เช่น จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ พื้นที่ของห้องนั่งเล่น ห้องครัว ส่วนซักล้าง แม้ว่าจะเป็นบ้านชั้นเดียว ขนาดหลังไม่ใหญ่มาก แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งานของเจ้าบ้านและผู้พักอาศัย เพราะเรื่องของฟังก์ชั่นนั้นสำคัญไม่แพ้เรื่องของการดีไซน์บ้านเลยแม้แต่นิดเดียว
  3. เลือกแบบบ้านที่สามารถต่อเติมในอนาคตได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการต่อเติมบ้านนั้นไม่ว่าบ้านหลังเดิมจะมีข้อจำกัดด้านการรีโนเวทมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เกินฝีมือของเหล่าสถาปนิก วิศวกร ทีมงานรับสร้างบ้านไปได้ แต่กับบ้านบางแบบ โดยเฉพาะแบบบ้านชั้นเดียวนั้น ค่อนข้างเอื้อต่อการต่อเติมในอนาคตมาอยู่ทีเดียว ดังนั้น หากเจ้าของบ้านลงทุนกับการสร้างบ้านหลังเล็ก ราคาประหยัดในวันนี้ ก็ยังสามารถวางแผนเพื่อต่อเติมจากบ้านหลังเดิมในอนาคตได้

  แบบบ้านชั้นเดียว เหมาะกับใครบ้าง ?
แบบทรงบ้านชั้นเดียว พื้นที่ไม่มาก จะเหมาะกับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิก 1-3 คน เพราะถ้าหากจำนวนสมาชิกภายในครอบครัวมีตั้งแต่ 4 คน ขึ้นไป เจ้าของบ้านอาจจะต้องยอมขยับงบเพิ่มขึ้นมาอีก 5-10 % เพื่อให้ได้บ้านขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งงบประมาณที่ไม่พุ่งสูงจนเกินไป หรืออาจจะเป็นการเลือกต่อเติมบ้านในภายภาคหน้าแทนได้


แบบบ้านชั้นเดียว ในราคาประหยัด มีกี่แบบ อะไรบ้าง?
สำหรับทรงบ้านชั้นเดียวนั้น หากจำแนกแยกย่อยออกมาตามแต่ละสไตล์ แต่ละดีไซน์จะถือว่าเป็นอะไรที่ต้องพูดถึงกันยาวเป็นหางว่าว เพราะบ้านชั้นเดียวสามารถเป็นได้ทั้งบ้านสุดแสนอลังการโอ่อ่า หรือแม้กระทั่งบ้านหลังเล็กๆ กระทัดรัด แลดูอบอุ่น แต่ในบทความนี้เราจะเน้นย้ำไปที่การพูดถึงแบบบ้านชั้นเดียวในราคาประหยัด เพื่อเป็นแนวทางให้เจ้าของบ้านที่สนใจสร้างบ้านชั้นเดียวได้เก็บข้อมูล นำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการเลือกหาแบบบ้านมาสร้างจริง

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สีทาบ้านสวยเชียงใหม่บอกนิสัย

สีทาบ้านสวยเชียงใหม่บอกนิสัย คุณเป็นคนอย่างไรกันแน่

การเลือกสีตกแต่งบ้านสวยเชียงใหม่บอกอะไรมากกว่าที่คิด เพราะสามารถบอกความเป็นตัวตนได้ด้วยนะ ไม่เชื่อลองไปดูการทายนิสัยจากสีทาบ้านสวยเชียงใหม่กันเลยครับ
รู้หรือไม่ว่าสีบ่งบอกบุคลิกได้ เพราะเวลาเราเลือกสีตกแต่งบ้านสวยเชียงใหม่ ไม่ได้เกิดจากความชอบหรือสวยงามแต่เพียงอย่างเดียว แต่มันแสดงถึงความปรารถนาบางอย่างในตัวเรา ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้นำความหมายที่อยู่เบื้องหลังของการเลือกใช้สีเหล่านั้นมาฝากทุกคน รวมถึงเคล็ดลับการใช้สีที่จะสร้างบรรยากาศให้สวยงามและสมดุลด้วย


สีโทนอบอุ่น
คนที่ชอบสีโทนอบอุ่นที่ส่องสว่างเหมือนกับแสงแดดหรือเปลวไฟอ่อน ๆ อย่างสีเหลือง สีส้ม สีพีช และสีชมพู เป็นคนที่มีบุคคลิกร่าเริงและเป็นมิตร โดยคนกลุ่มนี้จะไม่ได้คิดว่าสีเป็นแค่สัญลักษณ์ แต่มันคือความสว่างไสว และสื่อถึงการเริ่มต้นฤดูแห่งความสุข ซึ่งในทางการตกแต่งแล้วสีโทนอบอุ่นจะให้ความรู้สึกสนิทสนมใกล้ชิด ลดความเย็นช้า กระตุ้นการสนทนา และยังทำให้ห้องดูกว้างขึ้น อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลดความร้อนแรงของสี ด้วยการผสมเฉดเทา ฟ้า หรือเขียวลงไป เพื่อให้เกิดความสมดุลมากขึ้นนั่นเอง

สีโทนเย็น
จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เรามีปฏิกิริยาต่อสีต่าง ๆ เพราะความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติรอบตัว อย่างเช่น สีฟ้าอ่อน สีม่วงลาเวนเดอร์ หรือสีเขียว จะมีความสัมพันธ์กับท้องฟ้า ซึ่งคนที่เลือกตกแต่งบ้านด้วยสีเหล่านี้ จะต้องการเข้าถึงความเงียบสงบและผ่อนคลาย และมีแนวโน้มที่จะเห็นบ้านเป็นโอเอซิส หรือสถานที่หลบภัยจากโลกที่วุ่นวายภายนอก นอกจากนี้ยังมีบุคลิกเก็บตัวเล็กน้อยอีกด้วย อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลดความเย็นชาของพื้นที่ด้วยสีเหลือง ส้ม หรือน้ำตาล ในเฟอร์นิเจอร์เพื่อสร้างความสมดุล

สีที่เปล่งประกายเลอค่า
ถ้าคุณหลงใหลในโทนสีที่ดูหรูหราเหมือนหลุดออกมาจากพรมแดงในงานประกาศรางวัล อย่างสีของทับทิม ไพลิน อเมทิส หรือบุษราคัม คุณเป็นคนง่าย ๆ มั่นใจ และสร้างสรรค์ แถมยังมักเกิดแรงบันดาลใจและถูกกระตุ้นโดยสิ่งแวดล้อมรอบตัว นอกจากนี้โทนสีดังกล่าวจะสร้างความมีเสน่ห์และใกล้ชิดให้กับพื้นที่ได้ดี โดยแทบไม่ต้องพึ่งเทคนิคทางสถาปัตยกรรม ดังนั้นให้ใช้เพื่อเล่นสนุกกับพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ได้ใช้เวลาในพื้นที่นั้นนาน เช่น โถงทางเดิน ห้องน้ำ ห้องรับประทานอาหาร โดยเราสามารถเบรกความมืดและทึบ ด้วยการผสมสีโทนธรรมชาติเพื่อสร้างมิตินั่นเอง

สีของธรรมชาติ
ถ้าคุณหลงใหลในสีของธรรมชาติ เช่น สีของก้อนหินริมหาด หรือสีของหินอ่อน สีเทา สีน้ำตาล สีเบจ สีงาช้าง หรือสีที่ให้ความรู้สึกคงทน ชัดเจน และคลาสสิกทั้งหลาย คุณเป็นคนที่มีความมั่นคงและเป็นนักปฏิบัติ ทั้งยังไม่สนใจที่จะทาสีห้องใหม่ทุก ๆ 2-3 ปี เพราะคุณเบื่อหน่ายที่ต้องวุ่นวายเลือกเฉดสี นอกจากนี้สีธรรมชาติยังเป็นวิธีฉลาด ๆ ที่จะทำให้คุณเล่นสีในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้ลดความน่าเบื่อของสี ด้วยการใช้โทนเข้มและอ่อนร่วมกัน เช่น โซฟาสีน้ำตาลอ่อนคู่กับพรมสีน้ำตาลเข้ม รวมถึงการใช้เท็กซ์เจอร์ที่หลากหลาย เช่น ผ้าทอลายเส้นใหญ่ คู่กับไม้ กระจก โลหะ หรือพื้นผิวมันวาว เพื่อสร้างความขัดแย้งและลดความเป็นทางการลง

เห็นไหมว่าสีเป็นมากกว่าแค่ความชอบ แต่สื่อถึงบุคลิกและความต้องการภายในของเราได้ ลองนำหลักการการผสมสีเพื่อสร้างความสมดุลไปใช้กันเพื่อให้พื้นที่ของเรากลมกลืนและพักอาศัยได้อย่างสบายที่สุดนะ

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ไอเดียแต่งบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่ด้วยสีพาสเทล

10 ไอเดียแต่งบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่สีพาสเทล ให้สดใสแบบไม่เลี่ยน


ไอเดียตกแต่งบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่ด้วยสีพาสเทล ทำอย่างไรจึงจะสดใสแต่ไม่ดูเลี่ยนจนเกินไป ลองแก้ไขด้วยเคล็ดลับนี้เลย..
หน้าร้อนมาถึงแล้ว นั่นหมายถึงได้เวลาเติมความสดใสให้บ้านชั้นเดียว เชียงใหม่ด้วยสีพาสเทล แต่หากใครกังวลว่าการใช้สีหวาน ๆ จะทำให้บ้านดูเหมือนอยู่ในนิทานจนเกินไป บอกเลยว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเราสามารถเรียกบรรยากาศสดชื่นของฤดูร้อน ด้วยการเติมสีพาสเทลลงไปบางจุดเท่านั้น และต่อไปนี้คือ 10 ไอเดียการใช้สีพาสเทล ที่จะทำให้บ้านสดใสแต่ไม่เลี่ยนเลยสักนิด มาดูไว้เป็นไอเดียเพื่อบ้านแต่งสวยซัมเมอร์นี้กัน


1. ขาเก้าอี้
การเติมสีให้เฟอร์นิเจอร์เป็นไอเดียที่ดีในการเติมความสดใสให้ฤดูร้อน ดังนั้นให้ลองเพ้นท์หรือแม้แต่จุ่มขาเก้าอี้หรือพนักพิงลงในสีพาสเทลที่ชอบ เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาอาหารให้สดชื่นแบบสุด ๆ

2. หมอนอิง
ถ้าใครชอบให้มีหมอนรายล้อมตัวเยอะ ๆ อย่างหมอนอิงบนโซฟา ก็ให้เปลี่ยนหมอนเหล่านั้นให้เป็นสีพาสเทลทั้งหมดไปเลย ไม่ว่าจะซื้อมาใหม่หรือแค่เปลี่ยนปลอกหมอน รับรองว่าทั้งสะดุดตาและเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

3. กระถางต้นไม้
ธรรมชาติสามารถสื่อถึงความเป็นฤดูร้อนได้ดีเช่นกัน ดังนั้นให้คว้ากระถางต้นไม้มาเพ้นท์สีลงไป ซึ่งไม่เพียงแต่จะนำความสดใสมาสู่บ้านเท่านั้น แต่ช่วยให้ต้นไม้ดูเขียวชอุ่มและสุขภาพดีเพราะสีที่ตัดกับกระถางนั่นเอง

4. อุปกรณ์งานคราฟท์
สาวกคนรักงานเย็บปักถักร้อย (Craft) แน่นอนว่าต้องมีกระดาษลายเก๋ วาชิเทป ดอกไม้ประดิษฐ์ หรือด้ายสีพาสเทลอยู่เป็นกระบุง ให้ตกแต่งสิ่งของเหล่านี้ในมุมทำงานประดิษฐ์ หรือจะนำมาประดับตามมุมต่าง ๆ ของบ้านก็ได้ไม่ว่ากัน

5. งานผ้าในครัว
ใครที่รักห้องครัวเป็นชีวิตจิตใจย่อมมีคอลเลคชั่นผ้าเช็ดจาน ผ้าเช็ดปาก ผ้าปูโต๊ะ หรืออื่น ๆ ครบชุด ดังนั้นใช้ฤดูร้อนเป็นโอกาสที่จะได้อวดโฉมเครื่องใช้สีพาสเทลลายทาง ลายจุด ลายสก็อต ที่สะสมไว้มาเนิ่นนานเหล่านี้ ด้วยการจับแขวน หรือปูโต๊ะ รับรองเรียกความสดใสได้แบบไม่ต้องลงทุนเลย

6. เฟอร์นิเจอร์
ถ้าเป็นชาว "พาสเทลเลิฟเวอร์" อยู่แล้ว ให้เปลี่ยนสิ่งของชิ้นใหญ่ ๆ ในห้องให้เป็นสีพาสเทลไปเลย ไม่ว่าจะโต๊ะกินข้าว ตู้ลิ้นชัก โต๊ะกาแฟ หรือแม้แต่ผนังห้อง ! รับรองถูกใจและเติมความสดใสได้ไปอีกนาน

7. พรม
เติมพรมสีพาสเทลลงในห้องเพื่อดึงดูดความสดใส โดยหากพรมผืนใหญ่ราคาสูงเกินไป ก็ให้เลือกแค่พรมผืนเล็กไว้ปูแค่บางมุมก็ได้ รับรองว่าแค่ของเล็ก ๆ ชิ้นนี้ จะสามารถเรียกความเป็นฤดูร้อนให้ห้องดูสะดุดตาจนน่าประหลาดใจเลยล่ะ

8. ชั้นหนังสือ
ชั้นหนังสือขนาดใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชั้นดีที่จะสร้างจุดสนใจให้กับห้อง ลองวางของตกแต่งสีกรมท่า เขียวมิ้นต์ หรือชมพูลูกกวาด เพื่อเรียกความสดใสที่จะเติมเต็มฤดูร้อน แถมยังเข้ากันได้ดีหากเป็นชั้นหนังสือแบบไม้อีกด้วย

9. กล่องเก็บของออฟฟิศ
ไม่ว่าจะเป็นโฮมออฟฟิศหรือโต๊ะเล็ก ๆ ในที่ทำงาน กล่องเก็บของก็เป็นไอเทมที่สำคัญเสมอ หาซื้อกล่องใส่ของเรียบ ๆ สีพาลเทลที่จะช่วยเพิ่มความสนุกให้กับพื้นที่ พร้อมทั้งช่วยผ่อนคลายสายตาในระหว่างทำงาน ที่จะทำให้ทุกคนยิ้มออกเมื่อวันจันทร์มาถึง

10. ผ้าม่าน
ห้องจะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยหากขาดผ้าม่าน ดังนั้นก็ถึงเวลาเปลี่ยนลุคห้องให้เข้ากับฤดูกาล ด้วยการแขวนผ้าม่านสีพาสเทลที่ทั้งเป็นตัวแทนของหน้าร้อนและส่องสว่างความสดใสให้กับห้องไปในตัว

เราสามารถใช้สีพาสเทลแบบไม่เลี่ยนได้ เพียงแค่รู้จักเติมลงไปในบางจุดเท่านั้น ซึ่งจะช่วยเรียกความสดใสแบบไม่เยอะจนเกินไปแต่สามารถสื่อถึงความสนุกได้ ทีนี้บ้านก็สวยพร้อมรับหน้าร้อนแล้ว

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เทคนิคจับคู่สีแต่งแบบบ้านชั้นเดียวให้สวยโดนใจ

10 เทคนิคจับคู่สีแต่งแบบบ้านชั้นเดียวให้สวยโดนใจ นี่แหละใช่เลย


อยากเพิ่มสีสันให้กับแบบบ้านเดี่ยวสองชั้นหลาย ๆ โทนสี แต่ไม่รู้จะจับคู่สีอย่างไรให้เข้ากัน เรามีเทคนิคจับคู่สีตกแต่งบ้านมาฝากกัน เพื่อบ้านที่สวยเด่น น่าอยู่ และโดนใจตัวคุณเอง

จริงอยู่ที่การหยิบสีหลาย ๆ โทนสีมาตกแต่งทำให้บ้านของคุณดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่าสีจากองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้สามารถกลมกลืนและเข้ากันได้ดีหรือเปล่า เพราะไม่อย่างนั้นหากตัดสินใจผิดพลาดอาจทำให้บรรยากาศภายในบ้านด้อยลงแทนที่จะเป็นความโดดเด่นก็ได้ ดังนั้นเรามาทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วยเทคนิคการเลือกโทนสีสำหรับตกแต่งบ้าน คราวนี้จะได้ตัดสินใจได้เสียทีว่า ควรจะเลือกสีใดมาตกแต่งแบบบ้านเดียวสองชั้นในฝันของตัวเอง



1. หาแรงบันดาลใจจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
อย่างเช่น หนังสือ นิตยสาร หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งบ้าน นอกจากจะช่วยให้มีแนวทางในการจับคู่สีที่จะนำมาใช้ตกแต่งบ้านของตัวเองได้แล้ว ในขณะเดียวก็ยังได้ไอเดียสำหรับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ สร้างสมดุลให้กับองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในบ้าน พร้อมกับการดีไซน์บ้านหลากหลายสไตล์จากหลาย ๆ ที่อีกด้วย

2. เลือกสีจากเสื้อผ้า
อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณเลือกสีสำหรับการตกแต่งบ้านได้ง่ายขึ้นก็คือ เลือกจากโทนสีของเสื้อผ้าที่มีมากที่สุดในตู้ สำหรับคนที่มีเสื้อผ้าหลายสีและแต่ละสีก็มีจำนวนเท่า ๆ กัน ให้เลือกโทนสีที่ตัวเองชอบและมักจะหยิบมาใช้มากที่สุด นอกจากจะมีบ้านที่สวยงามแล้ว ยังทำให้บรรยากาศภายในบ้านน่าอยู่ ไม่ว่าหันไปทางไหนก็ดูตื่นตาตื่นใจแทบทั้งสิ้น

3. เลือกจากความชอบส่วนตัว
สำหรับคนที่กำลังลงมือตกแต่งบ้านใหม่นั้น ให้เริ่มตกแต่งส่วนต่าง ๆ จากสีที่ตัวเองชอบเป็นหลัก และนำโทนสีใกล้เคียงหรือตรงกันข้ามมาเสริมบ้าง เพื่อสร้างความโดดเด่น ไม่กลมกลืนกันไปหมดจนดูไม่น่าสนใจ อย่างเช่น ในกรณีที่ชอบสีแดงก็ควรจะตกแต่งด้วยสีชมพู ขาว หรือเหลือง ส่วนคนที่มีครอบครัวแล้วอาจจะลองถามความเห็นจากสมาชิกดูก่อน จากนั้นก็ค่อยนำสีที่ถูกเลือกมากที่สุดมาใช้

4. เป็นตัวของตัวเอง
บ้านจะสวยหรือไม่สวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกสไตล์หรือดีไซน์ที่นำมาใช้เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับมุมมองส่วนตัว ทั้งนี้หากคุณอยากจะเนรมิตบ้านสวยในฝันให้เป็นจริง ควรใส่ความเป็นตัวเองลงไปบ้าง อย่านำมาใช้เพียงเพราะเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงหรือเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าดีเท่านั้น แต่ถ้าตรงกับสิ่งที่คุณคิดอยู่แล้วก็สามารถลงมือได้เลย ในทางกลับกันหากไม่ใช่แนวของคุณเลยสักนิดอาจจะเปลี่ยนเป็นการนำสิ่งของในสไตล์ที่กำลังมาแรงมาตกแต่ง เพื่อให้ดูอินเทรนด์ก็ได้

5. เลือกสีหลักจากของรัก
วิธีที่ง่ายดายและสะดวกมากที่สุดก็คือ การเลือกโทนสีจากสิ่งของ ผ้าม่าน หรือหมอนใบโปรดของตัวเอง มาใช้เป็นสีหลักในการพิจารณาเลือกของตกแต่งอื่น ๆ เช่น พรม ผ้าปูโต๊ะ โคมไฟ หรือแจกัน รวมไปถึงลวดลายและสีสันบนลิ้นชัก ตู้เก็บของ โต๊ะกาแฟ เป็นต้น พร้อมกับทำให้เกิดมิติและดูน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยการสลับระดับความสว่างของสีโทนเข้มบ้างโทนอ่อนบ้างก็ได้

6. เริ่มจากจุดศูนย์กลางเสมอ
หากคุณไม่รู้ว่าจะใช้โทนสีใดเป็นหลักในการตกแต่งห้องต่าง ๆ ดี สีนั้นก็ชอบสีนี้ก็ใช่ ถ้าคุณกำลังลังเลแบบนี้อยู่ละก็ ให้คุณเริ่มต้นจากจุดศูนย์กลางของบ้าน โดยเลือกจากบริเวณที่คนส่วนใหญ่มองเห็นเป็นจุดแรก อย่างเช่น หากจุดดึงดูดสายตาอยู่ที่โซฟาสีน้ำเงิน โต๊ะกาแฟสีทอง ประดับด้วยดอกไม้สีแดง จากนั้นก็ใช้โทนสีเดียวกันนี้คือ สีน้ำเงิน ทอง และแดง นำไปตกแต่งในพื้นที่ใกล้เคียง

7. เลือกสีจากกงล้อสี
เทียบสีจากกงล้อสี (Color wheel) ในการเลือกสีสำหรับองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในบ้าน โดยพยายามให้สีในแต่ละส่วนอยู่ในคาบสีเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณทาผนังด้วยสีน้ำเงิน สิ่งของที่นำมาใช้ควรอยู่ในโทนสีฟ้า ม่วง หรือเขียว ส่วนคนที่ไม่ได้ชอบสีใดเป็นพิเศษหรือไม่ต้องการให้น้ำหนักกับสีใดสีหนึ่งมากเกินไป การจับคู่สีตรงข้ามจากกงล้อสีก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้บ้านของคุณสวยและมีความสมดุลมากขึ้นได้เหมือนกัน อาทิ เขียว-แดง น้ำเงิน-ส้ม ม่วง-เหลือง เป็นต้น

8. สอบถามจากคนรอบข้าง
ก่อนลงมือตกแต่งบ้านอย่าลืมสอบถามความเห็นหรือคำแนะนำจากคนรู้จัก เพื่อน หรือคนที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการตกแต่งบ้านเสียก่อน เพื่อนำมาใช้ประกอบในการพิจารณาเลือกสีสัน ลวดลายตกแต่งบ้านของตัวเอง พร้อมกับเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของสีแต่ละโทนสีด้วย

9. เพิ่มลายสร้างมิติ
หลังจากเลือกสีตามที่ต้องการได้แล้วควรจะใช้ลวดลายในการตกแต่งเพื่อสร้างมิติ และความแตกต่างให้กับบ้านด้วย จะเป็นลายทางแนวขวาง แนวตั้ง ลายจุด หรือเส้นหยักก็ได้ แถมในขณะเดียวกันลักษณะของเส้นสายจากลวดลายเหล่านี้ยังช่วยให้บ้านของคุณดูกว้างขวาง สูงโปร่ง อีกทั้งน่าสนใจไปพร้อม ๆ กัน จนแทบไม่ต้องใช้ของตกแต่งเข้ามาตกแต่งเพิ่มเลย

10. ลืมกฎแต่งบ้านไปบ้าง
ลืมกฎเกณฑ์การแต่งบ้านในหนังสือ แล้วลงมือตกแต่งบ้านตามใจตัวเองบ้าง เพราะอย่าลืมว่าคุณคือคนที่อยู่บ้าน และจะต้องกลับมาเจอสภาพแวดล้อมแบบนั้นทุกวัน หากคุณคิดดูแล้วว่าเหล่าคำแนะนำที่อยู่บนหน้าหนังสือไม่เหมาะกับคุณเอาเสียเลย แต่อีกใจก็แอบชอบไอเดียดังกล่าวอยู่ ก็ลองปรับเปลี่ยนหรือประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณมากขึ้น เพื่อความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย

การจับคู่สีในการตกแต่งบ้านอาจจะดูง่าย ๆ แต่พอเอาเข้าจริงก็ยากไม่ใช่เล่น ๆ เลย เพราะมีตั้งหลายโทนหลายเฉดให้เลือก หากนำมาใช้มากไปก็ดูรกตา แต่ถ้าน้อยเกินไปหรือจับคู่ผิดก็อาจทำให้บรรยากาศดูไม่น่าอยู่ไปเลยก็เป็นได้ ซึ่งเราหวังว่าเทคนิคการเลือกโทนสีทั้ง 10 ข้อดังกล่าวจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกสีที่ตรงกับความต้องการและทำให้บ้านออกมาสวยงามไปพร้อม ๆ กัน

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

10 สีทาบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่สวย ๆ

สีทาบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่สวย ๆ ยอดนิยม และนำไปตกแต่งบ้านได้จริง



สีทาบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่สวย ๆ 10 โทนสียอดนิยม ที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง ไปดูกันดีกว่าว่า สีทาบ้านสวย ๆ มีสีอะไรที่เหมาะกับบ้านคุณบ้าง
          สีทาบ้านในปัจจุบันมีหลากหลายเฉดให้เลือกมากมายในแต่ละโทนสี แต่ปัญหาอยู่ตรงที่เหล่าสีทาบ้านที่หลากหลาย ซึ่งมันอาจจะดูสวยตอนอยู่ใน แผ่นเทียบสี แต่กลับไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริงหรือไม่เหมาะกับบ้านชั้นเดียวเชียงใหม่ของคุณ
1. เมเปิล แกลซ (Maple Glaze)
          โทนสีน้ำตาลที่ทำให้เหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และอาจจะไม่น่าเชื่อว่าเป็นสีที่เข้ากันได้ดีกับสีม่วง เขียว และเทา อีกทั้งยังนำความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเองมาสู่ครอบครัวด้วย
2. โอเชี่ยน ไซด์ (Oceanside)
          เฉดสีกลาง ๆ ระหว่างโทนสีฟ้ากับเขียว ที่ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหาแต่กลับไม่มืดทึบเสียทีเดียว และเข้ากันได้ดีหากจับคู่สีแดง เหลืองอำพัน หรือสีน้ำตาลเอิร์ธโทน พร้อมกับนำไปตกแต่งในห้องนอนหรือห้องกินข้าว
3. เกรป ไฮยาซิน (Grape Hyacinth)
          สีม่วงที่ชวนให้นึกถึงดอกลาเวนเดอร์ และบรรยากาศของสายหมอกในยามเช้า จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการนำไปตกแต่งห้องนอนหรือห้องนอนเด็ก พร้อมกับของตกแต่งสีเบจหรือสีน้ำตาล
4. อควา ชิฟฟอน (Aqua Chiffon)
          โทนสีที่ดูทีไรก็รู้สึกมีความสุข สนุกสนาน ทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะแก่การพักผ่อน จากความสดใสที่ไม่ดูฉูดฉาดหรือมืดทึบจนเกินไปนัก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องอับ ๆ แคบ ๆ เช่น ห้องน้ำและห้องนอน
5. ซี คิส (Sea Kiss)
          อีกโทนสีที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นคนใหม่ พร้อมต้อนรับด้วยความรู้สึกสดใสในทุก ๆ เช้า อีกทั้งยังช่วยให้บ้านดูสว่าง สะอาดตา บรรยากาศปลอดโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงกลางวันหรือกระทบกับแสงไฟด้วย
6. ซีดาร์ กรีน (Cedar Green)
          ส่วนสีเขียวที่ดูไม่จัดจ้านและก็ไม่เข้มจนเกินไปโทนนี้ ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านให้ดูผ่อนคลายเหมาะแก่การพักผ่อนได้ดี อีกทั้งยังให้ความรู้สึกทั้งแบบคลาสสิกและคอนเทมโพรารีได้ด้วย

7. เคลียร์ บลู สกาย (Clear Blue Sky)
          สีที่ช่วยกระตุ้นพลังให้กับผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเมื่อนำไปตกแต่งภายในก็จะทำให้ห้องนั้น ๆ ดูกว้างขวาง สะอาดตา ปลอดโปร่ง และสดใส เหมือนเป็นคนใหม่อีกครั้ง
8. คาธีดัล เกรย์ (Cathedal Gray)
          สีเทาเฉดใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างการผสมผสานของสีไม้ธรรมชาติกับสีธรรมชาติของลินิน ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะดูล้าสมัยและน่าเบื่อ แต่ตอนนี้กลับเป็นสีทาบ้านสวย ๆ อีกหนึ่งสีที่นิยมนำมาตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์นมากทีเดียว ซึ่งเข้ากันดีกับสีกลาง ๆ และสีสว่าง ๆ เช่น สีเหลืองหรือสีฟ้า เป็นต้น
9. เทอควอยซ์ (Turquoise)
          สีทาบ้านสวย ๆ ที่อยู่ระหว่างโทนสีน้ำเงินกับสีเขียว พร้อมนำบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นกันเองมาสู่บ้านของคุณในเวลาเดียวกัน เหมาะอย่างยิ่งกับการนำไปตกแต่งห้องแต่งตัว
10. ฟอร์สสิเธีย บลอสซั่ม (Forsythia Blossom)
          โทนสีแห่งความสุขที่เหมาะกับการนำไปตกแต่งห้องครัว หรือห้องที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างยิ่ง แต่ต้องขอยกเว้นห้องนอนไว้สักห้อง เพราะถ้าหากนำสีนี้ไปใช้ อาจทำให้มีปัญหากับการนอน เพราะถูกรบกวนด้วยความสว่างที่มากเกินไปนั่นเอง
          สีทาบ้านแต่ละสีเนี่ยสวย ๆ ทั้งนั้น เห็นแล้วอยากจะนำไปตกแต่งที่บ้านของตัวเองบ้างจัง แล้วคุณล่ะคะเจอสีที่ถูกใจตัวเองกันบ้างหรือเปล่าคะ ? 

9 แอพพลิเคชั่นแต่งบ้านสวยเชียงใหม่น่าโหลด ดีไซน์เองได้แบบมือโปร

9 แอพพลิเคชั่นแต่งบ้านสวยเชียงใหม่น่าโหล


แอพพลิเคชั่นเอาใจคนชอบแต่งบ้านสวยเชียงใหม่ ไม่ต้องสเก็ตช์แบบให้วุ่นวาย เพียงแค่สไลด์ปลายนิ้ว 4-5 ครั้งก็ได้สไตล์บ้านที่ถูกใจแล้ว
           ในการตกแต่งหรือออกแบบบ้านสวยเชียงใหม่นั้นอาจจะดูเป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้ความพิถีพิถันและแม่นยำในการวางตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้ห้องที่ออกมานั้นไม่สวยสมใจ ดูขาด ๆ เกิน ๆ ไม่สมดุล และเพื่อป้องกันความผิดพลาดและเพิ่มความสะดวกให้กับการตกแต่งบ้าน วันนี้กระปุกดอทคอมจึงรวบรวมแอพพลิเคชั่นสำหรับการตกแต่งและออกแบบบ้านมาให้ได้เลือกใช้กัน จะมีอะไรบ้างติดตามกันเลย
1.  ColorSchemer
          สร้างพาเลตต์สีของคุณเองจากรูปถ่าย สามารถดึงสีในรูปถ่ายมาสร้างพาเลตต์สีของคุณเอง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากจะได้สีของท้องฟ้าก็เพียงแค่ถ่ายรูปท้องฟ้าแล้วโหลดลงแอพพลิเคชั่นนี้ คุณก็จะได้เฉดสีของท้องฟ้ามาใช้งานในการออกแบบของคุณแล้ว แถมยังสามารถบันทึกและแชร์ให้เพื่อนที่เป็นสมาชิก หรือจะเปิดดูพาเลตต์สีของสมาชิกคนอื่น ๆ เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ ได้ด้วยนะ
2. ImageMeter
          ImageMeter ช่วยให้คุณคำนวณขนาด มุม และพื้นที่ได้อย่างง่ายดาย ใช้ได้กับทั้งการออกแบบตกแต่งภายในและภายนอก คุณไม่จำเป็นต้องวาดหรือสเก็ตช์รูปอพาร์ทเม้นท์หรือเฟอร์นิเจอร์เลย ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ถ่ายรูปและใส่รายละเอียดขนาดลงในโทรศัพท์และแท็บเล็ตของคุณเท่านั้น
3. Home 3D
          แอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้คุณจำลองและออกแบบบ้านของคุณให้เหมือนจริงที่สุดในระบบ 3D โดยคุณสามารถเลือกเฉดสีและวอลเปเปอร์ให้ผนัง เปลี่ยนสีและลวดลายพื้นห้อง ปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เพิ่มรายละเอียดวัสดุของพื้นและหน้าต่างได้หลากหลายแบบ และยังสามารถบันทึกลง Dropbox ได้ด้วย
4. SnapShop
          จำลองการจัดตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ในบ้านของคุณได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณเปิดแอพพลิเคชั่น SnapShop Showroom ขึ้นมา แล้วโฟกัสพื้นที่ที่คุณจะออกแบบ ถือโทรศัพท์ค้างไว้ เลือกเฟอร์นิเจอร์จำลองจากแค็ตตาล็อกแล้วลากและวางในตำแหน่งต่าง ๆ ในห้อง นอกจากนั้นยังสามารถบันทึกรูปและแชร์ผ่านอีเมลได้ด้วย
5. Photo Measure Lite
          สามารถคำนวณและหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับเฟอร์นิเจอร์และรูปภาพในห้องต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ถ่ายรูปพื้นที่ห้องที่จะใช้งาน แล้วเพิ่มรายละเอียดให้กับพื้นที่ในรูป แล้วแอพพลิเคชั่นนี้ก็จะคำนวณความกว้างของมุม ระดับระนาบ และแนวตั้งของหน้าต่างและประตูให้ นอกจากนั้นยังจำลองวอลเปเปอร์ ลวดลาย และสีสำหรับผนังบ้านได้อีกด้วย
6. iHandy Level
          ไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องวัดระดับน้ำอีกต่อไป เพราะ iHandy Level จะช่วยจำลองการติดภาพบนผนังบ้านของคุณให้เป็นไปอย่างง่ายดายด้วยโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว โดยแอพพลิเคชั่นจะช่วยคำนวณมุมและระดับแนวระนาบระหว่างกำแพง เฟอร์นิเจอร์กับภาพเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ลงตัวและเหมาะสมที่สุด แล้วการติดภาพไม่ตรงจะไม่เกิดขึ้นกับบ้านของคุณอีก
7. uDecore
          เพิ่มความสมจริงในการตกแต่งบ้านด้วยแอพฯ ที่พัฒนามาเพื่อการจำลองตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ในบ้านโดยเฉพาะ จัดวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ในห้องได้แบบเรียลไทม์ผ่านกล้องโทรศัพท์ มีเฟอร์นิเจอร์ให้เลือกถึง 240 แบบ สามารถปรับเปลี่ยนขนาด สี และตำแหน่งของแต่ละชิ้นได้ นอกจากนั้นยังสามารถเปลี่ยนรูปแบบของพื้นเป็นกระเบื้อง ไม้ และพรมได้อีกด้วย
8. Feng Shui Kua Finder
          เพราะฮวงจุ้ยเป็นสิ่งที่นำความสงบ สุขภาพดีและความเจริญรุ่งเรืองมาให้แก่ผู้อยู่อาศัย ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้ก็จะช่วยให้คุณหาตำแหน่งที่เหมาะสมของเฟอร์นิเจอร์ตามหลักฮวงจุ้ย ง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นเพียงแค่ใส่รายละเอียดและตำแหน่งของสิ่งแวดล้อมรอบบ้านของคุณลงไป แล้ว Feng Shui Kua Finder ก็จะให้ข้อมูลและตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย
9. Dream Home
          แอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้การออกแบบภายในและการตกแต่งบ้านของคุณง่ายขึ้น โดย Dream Home จะช่วยให้คุณเลือกของตกแต่งบ้านให้เข้ากับทุก ๆ ห้องของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรือห้องน้ำ แอพพลิเคชั่นนี้ก็รองรับการใช้งานทั้งนั้น แถมยังมีสี สไตล์ และรูปแบบห้องมากมายให้เลือก

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2558

แต่งบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่สไตล์มินิมอล

15 เทคนิคแต่งบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่ด้วยสไตล์มินิมอล



มาเอาใจคนที่ชอบความเรียบง่ายด้วยเทคนิคการตกแต่งบ้านชั้นเดียวเชียงใหม่ตามสไตล์มินิมอล ที่จะทำให้บ้านของคุณดูดีมีเอกลักษณ์ในแบบที่ต้องการ
          มินิมอลคือความเรียบง่ายที่สามารถตอบสนองความรู้สึกได้อย่างชัดเจนและเต็มเปี่ยมหรือที่เรียกว่าน้อยแต่มากนั่นเอง เช่นเดียวกับ การแต่งบ้าน จะเน้นดูดีแบบเรียบง่ายบวกกับความสบายของเฟอร์นิเจอร์ โทนสี และความโดดเด่นของวัตถุ ที่ทำให้บ้านดูโล่งสะอาดตาและได้ความสมดุลบนดีไซน์ที่พอดี จึงทำให้กลายเป็นแนวการตกแต่งบ้านอีกหนึ่งสไตล์ที่ได้รับความนิยมอยู่มาก กระปุกดอทคอมจึงไม่พลาดที่จะนำเทคนิคการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลมาฝากกัน
1. เปลี่ยนบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่ให้เป็นมินิมอลทีละห้อง
          หากคุณเป็นมือใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับการจัดบ้านในสไตล์นี้ แนะนำให้เลือกมา 1 ห้องเพื่อทดลองใช้เป็นโมเดลสำหรับตกแต่งก่อนห้องอื่น ๆ จากนั้นก็เข้าไปเคลียข้าวของที่รกรุงรังและไม่จำเป็นออกให้หมด เพื่อเตรียมการวางรูปแบบห้องมินิมอลเพื่อนำไปใช้กับห้องถัดไป
2. แขวนพาดผ้าม่านบนเตียงสร้างบรรยากาศการนอน
          หากคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับ มาสร้างบรรยากาศการนอนหลับให้อิ่มเอม ด้วยการนำไฟประดับที่ชอบมาแขวนพาดบนผ้าม่านที่เตียงนอนให้เสมือนเอนกายลงบนปุยเมฆที่แสนสบาย
3. แขวนระหว่างเตียง 2 ชั้น
          ถ้ายังต้องแชร์ห้องนอนร่วมกับคนอื่นอยู่ แต่ไม่อยากเปิดไฟดวงใหญ่รบกวนอีกคนช่วงกลางดึก นำไฟประดับแขวนใต้เตียงชั้นบนหรือรอบเตียงด้านนอก ไว้เปิดสำหรับเดินไปห้องน้ำหรือทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ แถมยังรู้สึกเหมือนมีดาวเล็ก ๆ คอยส่งคุณเข้านอนทุกวันด้วยนะ 
4. ตกแต่งไฟประดับบนผนัง เพิ่มจุดเด่นให้ของแต่งผนัง
          ขึ้นชื่อว่าห้องทำงานฝีมือก็ต้องเต็มไปด้วยผลงานไอเดียที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ถ้าความสวยงามของของแต่งผนังที่อุตส่าห์ปั้นแต่งมาอย่างดีดูกลืนไปกับผนังจนกลายเป็นของธรรมดา ลองนำไฟประดับมาแขวนบริเวณรอบ ๆ เพียงเท่านี้ของตกแต่งก็กลับมาโดดเด่นแล้ว
5. DIY ไฟประดับเป็นที่โชว์ภาพถ่ายสวย ๆ
          บอกลากรอบรูปแบบเดิม ๆ ไปได้เลย เพราะไอเดีย DIY นี้จะทำให้การโชว์ภาพถ่ายมีความหมายขึ้นมา เพียงนำไฟประดับมาแขวนพาดสลับกันที่ผนังห้อง แล้วใช้ไม้หนีบเก๋ ๆ หรือคลิปหนีบติดภาพไว้ที่สายไฟตามที่คุณครีเอทไว้ได้เลย
6. คัดตัวเฟอร์นิเจอร์ เอาเฉพาะที่เรียบง่ายและจำเป็น
          กฎข้อนี้อาจจะดูใจร้ายไปนิดแต่ถ้าคุณอยากมีห้องในแนวนี้แล้วละก็ ต้องตัดใจทำ ! ค่อย ๆ คัดเลือกเอาแต่เฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบง่ายและจำเป็นต้องใช้งานอย่างเช่น โซฟา โต๊ะกาแฟ ขวดยาสีชา(เอาไว้ใส่ดอกไม้) และของใช้ที่มีสีใกล้เคียงสีธรรมชาติ ที่สำคัญต้องไม่มีดีไซน์ซับซ้อนมากจนเกินเหตุ แต่มีฟังก์ชั่นเหมาะสมกับการใช้งาน เน้นเห็นสัดส่วนชัดเจนดูโล่งมากกว่าเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่และหนา
7. เคลียร์พื้นที่ให้โล่งหมดที่วางของสุดรก
          ได้เวลาระเบิดคลังของสะสมสิ่งของนานาชนิดให้หมดไปจากพื้นบ้านด้วยการบริจาค ขายต่อ หรือทิ้งให้สิ้นซากหากใช้การไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรจะวางของใช้ไว้ที่พื้นเลยนอกจากเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น
8. จัดทรงไฟประดับแบบเรียบง่าย แต่แปลกตาตามสไตล์มินิมอล
          มาลองใช้ไอเดีย Less is More เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งไฟประดับในบ้านชั้นเดียวเชียงใหม่ดูสิคะ แค่จัดรูปแบบการแขวนให้ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น ไม่ว่าจะแขวนให้เป็นเส้นเดียวหรือวางไว้เฉย ๆ ก็จะดูดีในแบบมินิมอลขึ้นมาทันที
9. เก็บข้าวของเครื่องใช้ไว้ในที่ปลอดภัยไม่ให้อยู่ในสายตา
          แม้จะสกรีนสิ่งของจนละเอียดแล้วถ้ามีสิ่งของที่จำเป็นจริง ๆ ต่อการใช้งาน แนะนำให้หาที่เก็บให้พ้นสายตาไม่มีใครสามารถมองเห็น เช่น เก็บลงกล่องแล้วเอาเข้าตู้หรือเก็บในห้องเก็บของไปเลยถ้าไม่ได้ใช้บ่อย
10. เปิดผนังให้โล่งโยนอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นทิ้งไป
          นอกจากจะต้องเคลียร์พื้นบ้านให้สะอาดเอี่ยมแล้ว เราจะต้องเคลียร์ผนังบ้านให้ปราศจากตะขอแขวน ราวแขวน หรือแม้กระทั่งของตกแต่งที่ไม่จำเป็นทิ้งไป ให้เหลือไว้แค่ที่แขวนงานศิลปะบ้างนิดหน่อย
11. มองหาผลงานศิลปะที่ใช่มาติดตั้งไว้ให้ดูดี
          ออกตามหาภาพวาดหรือผลงานศิลปะที่คุณชื่นชอบในแบบเรียบง่ายตามสไตล์ชาวมินิมอลมาแต่งบ้าน อาจจะเป็นภาพวาดใส่กรอบไม้และตกแต่งด้วยผืนผ้าแนวธรรมชาติก็ได้
12. แต่งแต้มสีสันพอประมาณต้อนรับความสดชื่น
          ใช่ว่าการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลจะต้องเรียบและจืดชืดเสมอไป เพราะจริง ๆ แล้วเราสามารถใส่ลูกเล่นสีสันจากพรรณไม้และแจกันลงไปได้นิดหน่อย ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง สีแดง หรือสีฟ้า ต่างก็ช่วยเพิ่มเติมความสดใสให้กับผู้อยู่อาศัยได้ทั้งนั้น
13. ตกแต่งหน้าต่างด้วยผ้าม่านสุดเรียบ
          งานนี้ไม่ว่าจะผ้าม่านลายลูกไม้หรือผ้าม่านขนเป็ดสุดอลังทั้งหลายควรปลดลงให้หมด แล้วหาผ้าม่านแบบธรรมดาไม่มีลวดลายที่มาพร้อมกับสีทึมคล้ายสีสกัดจากธรรมชาติมาใช้ ก็จะให้ความรู้สึกหรูหราไปอีกแบบ
14. เลือกใช้โทนสีเรียบง่ายในสไตล์คลาสสิกแทนสีทึมก็ได้
          หากใครที่ยังไม่ค่อยมั่นใจกับการแต่งบ้านด้วยโทนสีทึม ๆ จากธรรมชาติ ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้โทนสีคลาสสิกอย่างขาว-ดำแทนได้เลย
15. จัดตารางเวลาเคลียร์พื้นที่บ่อย ๆ
          เนื่องจากว่าเราต้องใช้ชีวิตความเป็นอยู่ในบ้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอลจริง ๆ อาจจะมีพลาดเผลอทำรกไปบ้าง แนะนำให้หาเวลาว่างเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดให้กลับมาเรียบง่ายเหมือนเดิม ซึ่งอาจจะเป็นสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งก็ได้
          คิดจะแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลควรถามใจตัวเองดูให้ดีก่อนว่าชอบแนวนี้จริง ๆ หรือเปล่า เพราะถ้าฝืนแต่งไปตามกระแสนิยม เราอาจจะต้องทนอยู่อาศัยในบ้านที่ไม่ใช่ไปทั้งชีวิตเลยนะจะบอกให้ แต่ถ้าใครที่มั่นใจแน่วแน่แล้วว่าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็อย่าลืมเอาเทคนิคไปใช้กัน