วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สีทาบ้านสวยเชียงใหม่บอกนิสัย

สีทาบ้านสวยเชียงใหม่บอกนิสัย คุณเป็นคนอย่างไรกันแน่

การเลือกสีตกแต่งบ้านสวยเชียงใหม่บอกอะไรมากกว่าที่คิด เพราะสามารถบอกความเป็นตัวตนได้ด้วยนะ ไม่เชื่อลองไปดูการทายนิสัยจากสีทาบ้านสวยเชียงใหม่กันเลยครับ
รู้หรือไม่ว่าสีบ่งบอกบุคลิกได้ เพราะเวลาเราเลือกสีตกแต่งบ้านสวยเชียงใหม่ ไม่ได้เกิดจากความชอบหรือสวยงามแต่เพียงอย่างเดียว แต่มันแสดงถึงความปรารถนาบางอย่างในตัวเรา ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้นำความหมายที่อยู่เบื้องหลังของการเลือกใช้สีเหล่านั้นมาฝากทุกคน รวมถึงเคล็ดลับการใช้สีที่จะสร้างบรรยากาศให้สวยงามและสมดุลด้วย


สีโทนอบอุ่น
คนที่ชอบสีโทนอบอุ่นที่ส่องสว่างเหมือนกับแสงแดดหรือเปลวไฟอ่อน ๆ อย่างสีเหลือง สีส้ม สีพีช และสีชมพู เป็นคนที่มีบุคคลิกร่าเริงและเป็นมิตร โดยคนกลุ่มนี้จะไม่ได้คิดว่าสีเป็นแค่สัญลักษณ์ แต่มันคือความสว่างไสว และสื่อถึงการเริ่มต้นฤดูแห่งความสุข ซึ่งในทางการตกแต่งแล้วสีโทนอบอุ่นจะให้ความรู้สึกสนิทสนมใกล้ชิด ลดความเย็นช้า กระตุ้นการสนทนา และยังทำให้ห้องดูกว้างขึ้น อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลดความร้อนแรงของสี ด้วยการผสมเฉดเทา ฟ้า หรือเขียวลงไป เพื่อให้เกิดความสมดุลมากขึ้นนั่นเอง

สีโทนเย็น
จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เรามีปฏิกิริยาต่อสีต่าง ๆ เพราะความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติรอบตัว อย่างเช่น สีฟ้าอ่อน สีม่วงลาเวนเดอร์ หรือสีเขียว จะมีความสัมพันธ์กับท้องฟ้า ซึ่งคนที่เลือกตกแต่งบ้านด้วยสีเหล่านี้ จะต้องการเข้าถึงความเงียบสงบและผ่อนคลาย และมีแนวโน้มที่จะเห็นบ้านเป็นโอเอซิส หรือสถานที่หลบภัยจากโลกที่วุ่นวายภายนอก นอกจากนี้ยังมีบุคลิกเก็บตัวเล็กน้อยอีกด้วย อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลดความเย็นชาของพื้นที่ด้วยสีเหลือง ส้ม หรือน้ำตาล ในเฟอร์นิเจอร์เพื่อสร้างความสมดุล

สีที่เปล่งประกายเลอค่า
ถ้าคุณหลงใหลในโทนสีที่ดูหรูหราเหมือนหลุดออกมาจากพรมแดงในงานประกาศรางวัล อย่างสีของทับทิม ไพลิน อเมทิส หรือบุษราคัม คุณเป็นคนง่าย ๆ มั่นใจ และสร้างสรรค์ แถมยังมักเกิดแรงบันดาลใจและถูกกระตุ้นโดยสิ่งแวดล้อมรอบตัว นอกจากนี้โทนสีดังกล่าวจะสร้างความมีเสน่ห์และใกล้ชิดให้กับพื้นที่ได้ดี โดยแทบไม่ต้องพึ่งเทคนิคทางสถาปัตยกรรม ดังนั้นให้ใช้เพื่อเล่นสนุกกับพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ได้ใช้เวลาในพื้นที่นั้นนาน เช่น โถงทางเดิน ห้องน้ำ ห้องรับประทานอาหาร โดยเราสามารถเบรกความมืดและทึบ ด้วยการผสมสีโทนธรรมชาติเพื่อสร้างมิตินั่นเอง

สีของธรรมชาติ
ถ้าคุณหลงใหลในสีของธรรมชาติ เช่น สีของก้อนหินริมหาด หรือสีของหินอ่อน สีเทา สีน้ำตาล สีเบจ สีงาช้าง หรือสีที่ให้ความรู้สึกคงทน ชัดเจน และคลาสสิกทั้งหลาย คุณเป็นคนที่มีความมั่นคงและเป็นนักปฏิบัติ ทั้งยังไม่สนใจที่จะทาสีห้องใหม่ทุก ๆ 2-3 ปี เพราะคุณเบื่อหน่ายที่ต้องวุ่นวายเลือกเฉดสี นอกจากนี้สีธรรมชาติยังเป็นวิธีฉลาด ๆ ที่จะทำให้คุณเล่นสีในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้ลดความน่าเบื่อของสี ด้วยการใช้โทนเข้มและอ่อนร่วมกัน เช่น โซฟาสีน้ำตาลอ่อนคู่กับพรมสีน้ำตาลเข้ม รวมถึงการใช้เท็กซ์เจอร์ที่หลากหลาย เช่น ผ้าทอลายเส้นใหญ่ คู่กับไม้ กระจก โลหะ หรือพื้นผิวมันวาว เพื่อสร้างความขัดแย้งและลดความเป็นทางการลง

เห็นไหมว่าสีเป็นมากกว่าแค่ความชอบ แต่สื่อถึงบุคลิกและความต้องการภายในของเราได้ ลองนำหลักการการผสมสีเพื่อสร้างความสมดุลไปใช้กันเพื่อให้พื้นที่ของเรากลมกลืนและพักอาศัยได้อย่างสบายที่สุดนะ

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ไอเดียแต่งบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่ด้วยสีพาสเทล

10 ไอเดียแต่งบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่สีพาสเทล ให้สดใสแบบไม่เลี่ยน


ไอเดียตกแต่งบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่ด้วยสีพาสเทล ทำอย่างไรจึงจะสดใสแต่ไม่ดูเลี่ยนจนเกินไป ลองแก้ไขด้วยเคล็ดลับนี้เลย..
หน้าร้อนมาถึงแล้ว นั่นหมายถึงได้เวลาเติมความสดใสให้บ้านชั้นเดียว เชียงใหม่ด้วยสีพาสเทล แต่หากใครกังวลว่าการใช้สีหวาน ๆ จะทำให้บ้านดูเหมือนอยู่ในนิทานจนเกินไป บอกเลยว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเราสามารถเรียกบรรยากาศสดชื่นของฤดูร้อน ด้วยการเติมสีพาสเทลลงไปบางจุดเท่านั้น และต่อไปนี้คือ 10 ไอเดียการใช้สีพาสเทล ที่จะทำให้บ้านสดใสแต่ไม่เลี่ยนเลยสักนิด มาดูไว้เป็นไอเดียเพื่อบ้านแต่งสวยซัมเมอร์นี้กัน


1. ขาเก้าอี้
การเติมสีให้เฟอร์นิเจอร์เป็นไอเดียที่ดีในการเติมความสดใสให้ฤดูร้อน ดังนั้นให้ลองเพ้นท์หรือแม้แต่จุ่มขาเก้าอี้หรือพนักพิงลงในสีพาสเทลที่ชอบ เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาอาหารให้สดชื่นแบบสุด ๆ

2. หมอนอิง
ถ้าใครชอบให้มีหมอนรายล้อมตัวเยอะ ๆ อย่างหมอนอิงบนโซฟา ก็ให้เปลี่ยนหมอนเหล่านั้นให้เป็นสีพาสเทลทั้งหมดไปเลย ไม่ว่าจะซื้อมาใหม่หรือแค่เปลี่ยนปลอกหมอน รับรองว่าทั้งสะดุดตาและเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

3. กระถางต้นไม้
ธรรมชาติสามารถสื่อถึงความเป็นฤดูร้อนได้ดีเช่นกัน ดังนั้นให้คว้ากระถางต้นไม้มาเพ้นท์สีลงไป ซึ่งไม่เพียงแต่จะนำความสดใสมาสู่บ้านเท่านั้น แต่ช่วยให้ต้นไม้ดูเขียวชอุ่มและสุขภาพดีเพราะสีที่ตัดกับกระถางนั่นเอง

4. อุปกรณ์งานคราฟท์
สาวกคนรักงานเย็บปักถักร้อย (Craft) แน่นอนว่าต้องมีกระดาษลายเก๋ วาชิเทป ดอกไม้ประดิษฐ์ หรือด้ายสีพาสเทลอยู่เป็นกระบุง ให้ตกแต่งสิ่งของเหล่านี้ในมุมทำงานประดิษฐ์ หรือจะนำมาประดับตามมุมต่าง ๆ ของบ้านก็ได้ไม่ว่ากัน

5. งานผ้าในครัว
ใครที่รักห้องครัวเป็นชีวิตจิตใจย่อมมีคอลเลคชั่นผ้าเช็ดจาน ผ้าเช็ดปาก ผ้าปูโต๊ะ หรืออื่น ๆ ครบชุด ดังนั้นใช้ฤดูร้อนเป็นโอกาสที่จะได้อวดโฉมเครื่องใช้สีพาสเทลลายทาง ลายจุด ลายสก็อต ที่สะสมไว้มาเนิ่นนานเหล่านี้ ด้วยการจับแขวน หรือปูโต๊ะ รับรองเรียกความสดใสได้แบบไม่ต้องลงทุนเลย

6. เฟอร์นิเจอร์
ถ้าเป็นชาว "พาสเทลเลิฟเวอร์" อยู่แล้ว ให้เปลี่ยนสิ่งของชิ้นใหญ่ ๆ ในห้องให้เป็นสีพาสเทลไปเลย ไม่ว่าจะโต๊ะกินข้าว ตู้ลิ้นชัก โต๊ะกาแฟ หรือแม้แต่ผนังห้อง ! รับรองถูกใจและเติมความสดใสได้ไปอีกนาน

7. พรม
เติมพรมสีพาสเทลลงในห้องเพื่อดึงดูดความสดใส โดยหากพรมผืนใหญ่ราคาสูงเกินไป ก็ให้เลือกแค่พรมผืนเล็กไว้ปูแค่บางมุมก็ได้ รับรองว่าแค่ของเล็ก ๆ ชิ้นนี้ จะสามารถเรียกความเป็นฤดูร้อนให้ห้องดูสะดุดตาจนน่าประหลาดใจเลยล่ะ

8. ชั้นหนังสือ
ชั้นหนังสือขนาดใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชั้นดีที่จะสร้างจุดสนใจให้กับห้อง ลองวางของตกแต่งสีกรมท่า เขียวมิ้นต์ หรือชมพูลูกกวาด เพื่อเรียกความสดใสที่จะเติมเต็มฤดูร้อน แถมยังเข้ากันได้ดีหากเป็นชั้นหนังสือแบบไม้อีกด้วย

9. กล่องเก็บของออฟฟิศ
ไม่ว่าจะเป็นโฮมออฟฟิศหรือโต๊ะเล็ก ๆ ในที่ทำงาน กล่องเก็บของก็เป็นไอเทมที่สำคัญเสมอ หาซื้อกล่องใส่ของเรียบ ๆ สีพาลเทลที่จะช่วยเพิ่มความสนุกให้กับพื้นที่ พร้อมทั้งช่วยผ่อนคลายสายตาในระหว่างทำงาน ที่จะทำให้ทุกคนยิ้มออกเมื่อวันจันทร์มาถึง

10. ผ้าม่าน
ห้องจะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยหากขาดผ้าม่าน ดังนั้นก็ถึงเวลาเปลี่ยนลุคห้องให้เข้ากับฤดูกาล ด้วยการแขวนผ้าม่านสีพาสเทลที่ทั้งเป็นตัวแทนของหน้าร้อนและส่องสว่างความสดใสให้กับห้องไปในตัว

เราสามารถใช้สีพาสเทลแบบไม่เลี่ยนได้ เพียงแค่รู้จักเติมลงไปในบางจุดเท่านั้น ซึ่งจะช่วยเรียกความสดใสแบบไม่เยอะจนเกินไปแต่สามารถสื่อถึงความสนุกได้ ทีนี้บ้านก็สวยพร้อมรับหน้าร้อนแล้ว

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เทคนิคจับคู่สีแต่งแบบบ้านชั้นเดียวให้สวยโดนใจ

10 เทคนิคจับคู่สีแต่งแบบบ้านชั้นเดียวให้สวยโดนใจ นี่แหละใช่เลย


อยากเพิ่มสีสันให้กับแบบบ้านเดี่ยวสองชั้นหลาย ๆ โทนสี แต่ไม่รู้จะจับคู่สีอย่างไรให้เข้ากัน เรามีเทคนิคจับคู่สีตกแต่งบ้านมาฝากกัน เพื่อบ้านที่สวยเด่น น่าอยู่ และโดนใจตัวคุณเอง

จริงอยู่ที่การหยิบสีหลาย ๆ โทนสีมาตกแต่งทำให้บ้านของคุณดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่าสีจากองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้สามารถกลมกลืนและเข้ากันได้ดีหรือเปล่า เพราะไม่อย่างนั้นหากตัดสินใจผิดพลาดอาจทำให้บรรยากาศภายในบ้านด้อยลงแทนที่จะเป็นความโดดเด่นก็ได้ ดังนั้นเรามาทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วยเทคนิคการเลือกโทนสีสำหรับตกแต่งบ้าน คราวนี้จะได้ตัดสินใจได้เสียทีว่า ควรจะเลือกสีใดมาตกแต่งแบบบ้านเดียวสองชั้นในฝันของตัวเอง



1. หาแรงบันดาลใจจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
อย่างเช่น หนังสือ นิตยสาร หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งบ้าน นอกจากจะช่วยให้มีแนวทางในการจับคู่สีที่จะนำมาใช้ตกแต่งบ้านของตัวเองได้แล้ว ในขณะเดียวก็ยังได้ไอเดียสำหรับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ สร้างสมดุลให้กับองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในบ้าน พร้อมกับการดีไซน์บ้านหลากหลายสไตล์จากหลาย ๆ ที่อีกด้วย

2. เลือกสีจากเสื้อผ้า
อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณเลือกสีสำหรับการตกแต่งบ้านได้ง่ายขึ้นก็คือ เลือกจากโทนสีของเสื้อผ้าที่มีมากที่สุดในตู้ สำหรับคนที่มีเสื้อผ้าหลายสีและแต่ละสีก็มีจำนวนเท่า ๆ กัน ให้เลือกโทนสีที่ตัวเองชอบและมักจะหยิบมาใช้มากที่สุด นอกจากจะมีบ้านที่สวยงามแล้ว ยังทำให้บรรยากาศภายในบ้านน่าอยู่ ไม่ว่าหันไปทางไหนก็ดูตื่นตาตื่นใจแทบทั้งสิ้น

3. เลือกจากความชอบส่วนตัว
สำหรับคนที่กำลังลงมือตกแต่งบ้านใหม่นั้น ให้เริ่มตกแต่งส่วนต่าง ๆ จากสีที่ตัวเองชอบเป็นหลัก และนำโทนสีใกล้เคียงหรือตรงกันข้ามมาเสริมบ้าง เพื่อสร้างความโดดเด่น ไม่กลมกลืนกันไปหมดจนดูไม่น่าสนใจ อย่างเช่น ในกรณีที่ชอบสีแดงก็ควรจะตกแต่งด้วยสีชมพู ขาว หรือเหลือง ส่วนคนที่มีครอบครัวแล้วอาจจะลองถามความเห็นจากสมาชิกดูก่อน จากนั้นก็ค่อยนำสีที่ถูกเลือกมากที่สุดมาใช้

4. เป็นตัวของตัวเอง
บ้านจะสวยหรือไม่สวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกสไตล์หรือดีไซน์ที่นำมาใช้เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับมุมมองส่วนตัว ทั้งนี้หากคุณอยากจะเนรมิตบ้านสวยในฝันให้เป็นจริง ควรใส่ความเป็นตัวเองลงไปบ้าง อย่านำมาใช้เพียงเพราะเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงหรือเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าดีเท่านั้น แต่ถ้าตรงกับสิ่งที่คุณคิดอยู่แล้วก็สามารถลงมือได้เลย ในทางกลับกันหากไม่ใช่แนวของคุณเลยสักนิดอาจจะเปลี่ยนเป็นการนำสิ่งของในสไตล์ที่กำลังมาแรงมาตกแต่ง เพื่อให้ดูอินเทรนด์ก็ได้

5. เลือกสีหลักจากของรัก
วิธีที่ง่ายดายและสะดวกมากที่สุดก็คือ การเลือกโทนสีจากสิ่งของ ผ้าม่าน หรือหมอนใบโปรดของตัวเอง มาใช้เป็นสีหลักในการพิจารณาเลือกของตกแต่งอื่น ๆ เช่น พรม ผ้าปูโต๊ะ โคมไฟ หรือแจกัน รวมไปถึงลวดลายและสีสันบนลิ้นชัก ตู้เก็บของ โต๊ะกาแฟ เป็นต้น พร้อมกับทำให้เกิดมิติและดูน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยการสลับระดับความสว่างของสีโทนเข้มบ้างโทนอ่อนบ้างก็ได้

6. เริ่มจากจุดศูนย์กลางเสมอ
หากคุณไม่รู้ว่าจะใช้โทนสีใดเป็นหลักในการตกแต่งห้องต่าง ๆ ดี สีนั้นก็ชอบสีนี้ก็ใช่ ถ้าคุณกำลังลังเลแบบนี้อยู่ละก็ ให้คุณเริ่มต้นจากจุดศูนย์กลางของบ้าน โดยเลือกจากบริเวณที่คนส่วนใหญ่มองเห็นเป็นจุดแรก อย่างเช่น หากจุดดึงดูดสายตาอยู่ที่โซฟาสีน้ำเงิน โต๊ะกาแฟสีทอง ประดับด้วยดอกไม้สีแดง จากนั้นก็ใช้โทนสีเดียวกันนี้คือ สีน้ำเงิน ทอง และแดง นำไปตกแต่งในพื้นที่ใกล้เคียง

7. เลือกสีจากกงล้อสี
เทียบสีจากกงล้อสี (Color wheel) ในการเลือกสีสำหรับองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในบ้าน โดยพยายามให้สีในแต่ละส่วนอยู่ในคาบสีเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณทาผนังด้วยสีน้ำเงิน สิ่งของที่นำมาใช้ควรอยู่ในโทนสีฟ้า ม่วง หรือเขียว ส่วนคนที่ไม่ได้ชอบสีใดเป็นพิเศษหรือไม่ต้องการให้น้ำหนักกับสีใดสีหนึ่งมากเกินไป การจับคู่สีตรงข้ามจากกงล้อสีก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้บ้านของคุณสวยและมีความสมดุลมากขึ้นได้เหมือนกัน อาทิ เขียว-แดง น้ำเงิน-ส้ม ม่วง-เหลือง เป็นต้น

8. สอบถามจากคนรอบข้าง
ก่อนลงมือตกแต่งบ้านอย่าลืมสอบถามความเห็นหรือคำแนะนำจากคนรู้จัก เพื่อน หรือคนที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการตกแต่งบ้านเสียก่อน เพื่อนำมาใช้ประกอบในการพิจารณาเลือกสีสัน ลวดลายตกแต่งบ้านของตัวเอง พร้อมกับเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของสีแต่ละโทนสีด้วย

9. เพิ่มลายสร้างมิติ
หลังจากเลือกสีตามที่ต้องการได้แล้วควรจะใช้ลวดลายในการตกแต่งเพื่อสร้างมิติ และความแตกต่างให้กับบ้านด้วย จะเป็นลายทางแนวขวาง แนวตั้ง ลายจุด หรือเส้นหยักก็ได้ แถมในขณะเดียวกันลักษณะของเส้นสายจากลวดลายเหล่านี้ยังช่วยให้บ้านของคุณดูกว้างขวาง สูงโปร่ง อีกทั้งน่าสนใจไปพร้อม ๆ กัน จนแทบไม่ต้องใช้ของตกแต่งเข้ามาตกแต่งเพิ่มเลย

10. ลืมกฎแต่งบ้านไปบ้าง
ลืมกฎเกณฑ์การแต่งบ้านในหนังสือ แล้วลงมือตกแต่งบ้านตามใจตัวเองบ้าง เพราะอย่าลืมว่าคุณคือคนที่อยู่บ้าน และจะต้องกลับมาเจอสภาพแวดล้อมแบบนั้นทุกวัน หากคุณคิดดูแล้วว่าเหล่าคำแนะนำที่อยู่บนหน้าหนังสือไม่เหมาะกับคุณเอาเสียเลย แต่อีกใจก็แอบชอบไอเดียดังกล่าวอยู่ ก็ลองปรับเปลี่ยนหรือประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณมากขึ้น เพื่อความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย

การจับคู่สีในการตกแต่งบ้านอาจจะดูง่าย ๆ แต่พอเอาเข้าจริงก็ยากไม่ใช่เล่น ๆ เลย เพราะมีตั้งหลายโทนหลายเฉดให้เลือก หากนำมาใช้มากไปก็ดูรกตา แต่ถ้าน้อยเกินไปหรือจับคู่ผิดก็อาจทำให้บรรยากาศดูไม่น่าอยู่ไปเลยก็เป็นได้ ซึ่งเราหวังว่าเทคนิคการเลือกโทนสีทั้ง 10 ข้อดังกล่าวจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกสีที่ตรงกับความต้องการและทำให้บ้านออกมาสวยงามไปพร้อม ๆ กัน

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

10 สีทาบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่สวย ๆ

สีทาบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่สวย ๆ ยอดนิยม และนำไปตกแต่งบ้านได้จริง



สีทาบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่สวย ๆ 10 โทนสียอดนิยม ที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง ไปดูกันดีกว่าว่า สีทาบ้านสวย ๆ มีสีอะไรที่เหมาะกับบ้านคุณบ้าง
          สีทาบ้านในปัจจุบันมีหลากหลายเฉดให้เลือกมากมายในแต่ละโทนสี แต่ปัญหาอยู่ตรงที่เหล่าสีทาบ้านที่หลากหลาย ซึ่งมันอาจจะดูสวยตอนอยู่ใน แผ่นเทียบสี แต่กลับไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริงหรือไม่เหมาะกับบ้านชั้นเดียวเชียงใหม่ของคุณ
1. เมเปิล แกลซ (Maple Glaze)
          โทนสีน้ำตาลที่ทำให้เหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และอาจจะไม่น่าเชื่อว่าเป็นสีที่เข้ากันได้ดีกับสีม่วง เขียว และเทา อีกทั้งยังนำความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเองมาสู่ครอบครัวด้วย
2. โอเชี่ยน ไซด์ (Oceanside)
          เฉดสีกลาง ๆ ระหว่างโทนสีฟ้ากับเขียว ที่ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหาแต่กลับไม่มืดทึบเสียทีเดียว และเข้ากันได้ดีหากจับคู่สีแดง เหลืองอำพัน หรือสีน้ำตาลเอิร์ธโทน พร้อมกับนำไปตกแต่งในห้องนอนหรือห้องกินข้าว
3. เกรป ไฮยาซิน (Grape Hyacinth)
          สีม่วงที่ชวนให้นึกถึงดอกลาเวนเดอร์ และบรรยากาศของสายหมอกในยามเช้า จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการนำไปตกแต่งห้องนอนหรือห้องนอนเด็ก พร้อมกับของตกแต่งสีเบจหรือสีน้ำตาล
4. อควา ชิฟฟอน (Aqua Chiffon)
          โทนสีที่ดูทีไรก็รู้สึกมีความสุข สนุกสนาน ทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะแก่การพักผ่อน จากความสดใสที่ไม่ดูฉูดฉาดหรือมืดทึบจนเกินไปนัก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องอับ ๆ แคบ ๆ เช่น ห้องน้ำและห้องนอน
5. ซี คิส (Sea Kiss)
          อีกโทนสีที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นคนใหม่ พร้อมต้อนรับด้วยความรู้สึกสดใสในทุก ๆ เช้า อีกทั้งยังช่วยให้บ้านดูสว่าง สะอาดตา บรรยากาศปลอดโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงกลางวันหรือกระทบกับแสงไฟด้วย
6. ซีดาร์ กรีน (Cedar Green)
          ส่วนสีเขียวที่ดูไม่จัดจ้านและก็ไม่เข้มจนเกินไปโทนนี้ ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านให้ดูผ่อนคลายเหมาะแก่การพักผ่อนได้ดี อีกทั้งยังให้ความรู้สึกทั้งแบบคลาสสิกและคอนเทมโพรารีได้ด้วย

7. เคลียร์ บลู สกาย (Clear Blue Sky)
          สีที่ช่วยกระตุ้นพลังให้กับผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเมื่อนำไปตกแต่งภายในก็จะทำให้ห้องนั้น ๆ ดูกว้างขวาง สะอาดตา ปลอดโปร่ง และสดใส เหมือนเป็นคนใหม่อีกครั้ง
8. คาธีดัล เกรย์ (Cathedal Gray)
          สีเทาเฉดใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างการผสมผสานของสีไม้ธรรมชาติกับสีธรรมชาติของลินิน ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะดูล้าสมัยและน่าเบื่อ แต่ตอนนี้กลับเป็นสีทาบ้านสวย ๆ อีกหนึ่งสีที่นิยมนำมาตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์นมากทีเดียว ซึ่งเข้ากันดีกับสีกลาง ๆ และสีสว่าง ๆ เช่น สีเหลืองหรือสีฟ้า เป็นต้น
9. เทอควอยซ์ (Turquoise)
          สีทาบ้านสวย ๆ ที่อยู่ระหว่างโทนสีน้ำเงินกับสีเขียว พร้อมนำบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นกันเองมาสู่บ้านของคุณในเวลาเดียวกัน เหมาะอย่างยิ่งกับการนำไปตกแต่งห้องแต่งตัว
10. ฟอร์สสิเธีย บลอสซั่ม (Forsythia Blossom)
          โทนสีแห่งความสุขที่เหมาะกับการนำไปตกแต่งห้องครัว หรือห้องที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างยิ่ง แต่ต้องขอยกเว้นห้องนอนไว้สักห้อง เพราะถ้าหากนำสีนี้ไปใช้ อาจทำให้มีปัญหากับการนอน เพราะถูกรบกวนด้วยความสว่างที่มากเกินไปนั่นเอง
          สีทาบ้านแต่ละสีเนี่ยสวย ๆ ทั้งนั้น เห็นแล้วอยากจะนำไปตกแต่งที่บ้านของตัวเองบ้างจัง แล้วคุณล่ะคะเจอสีที่ถูกใจตัวเองกันบ้างหรือเปล่าคะ ? 

9 แอพพลิเคชั่นแต่งบ้านสวยเชียงใหม่น่าโหลด ดีไซน์เองได้แบบมือโปร

9 แอพพลิเคชั่นแต่งบ้านสวยเชียงใหม่น่าโหล


แอพพลิเคชั่นเอาใจคนชอบแต่งบ้านสวยเชียงใหม่ ไม่ต้องสเก็ตช์แบบให้วุ่นวาย เพียงแค่สไลด์ปลายนิ้ว 4-5 ครั้งก็ได้สไตล์บ้านที่ถูกใจแล้ว
           ในการตกแต่งหรือออกแบบบ้านสวยเชียงใหม่นั้นอาจจะดูเป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้ความพิถีพิถันและแม่นยำในการวางตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้ห้องที่ออกมานั้นไม่สวยสมใจ ดูขาด ๆ เกิน ๆ ไม่สมดุล และเพื่อป้องกันความผิดพลาดและเพิ่มความสะดวกให้กับการตกแต่งบ้าน วันนี้กระปุกดอทคอมจึงรวบรวมแอพพลิเคชั่นสำหรับการตกแต่งและออกแบบบ้านมาให้ได้เลือกใช้กัน จะมีอะไรบ้างติดตามกันเลย
1.  ColorSchemer
          สร้างพาเลตต์สีของคุณเองจากรูปถ่าย สามารถดึงสีในรูปถ่ายมาสร้างพาเลตต์สีของคุณเอง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากจะได้สีของท้องฟ้าก็เพียงแค่ถ่ายรูปท้องฟ้าแล้วโหลดลงแอพพลิเคชั่นนี้ คุณก็จะได้เฉดสีของท้องฟ้ามาใช้งานในการออกแบบของคุณแล้ว แถมยังสามารถบันทึกและแชร์ให้เพื่อนที่เป็นสมาชิก หรือจะเปิดดูพาเลตต์สีของสมาชิกคนอื่น ๆ เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ ได้ด้วยนะ
2. ImageMeter
          ImageMeter ช่วยให้คุณคำนวณขนาด มุม และพื้นที่ได้อย่างง่ายดาย ใช้ได้กับทั้งการออกแบบตกแต่งภายในและภายนอก คุณไม่จำเป็นต้องวาดหรือสเก็ตช์รูปอพาร์ทเม้นท์หรือเฟอร์นิเจอร์เลย ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ถ่ายรูปและใส่รายละเอียดขนาดลงในโทรศัพท์และแท็บเล็ตของคุณเท่านั้น
3. Home 3D
          แอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้คุณจำลองและออกแบบบ้านของคุณให้เหมือนจริงที่สุดในระบบ 3D โดยคุณสามารถเลือกเฉดสีและวอลเปเปอร์ให้ผนัง เปลี่ยนสีและลวดลายพื้นห้อง ปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เพิ่มรายละเอียดวัสดุของพื้นและหน้าต่างได้หลากหลายแบบ และยังสามารถบันทึกลง Dropbox ได้ด้วย
4. SnapShop
          จำลองการจัดตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ในบ้านของคุณได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณเปิดแอพพลิเคชั่น SnapShop Showroom ขึ้นมา แล้วโฟกัสพื้นที่ที่คุณจะออกแบบ ถือโทรศัพท์ค้างไว้ เลือกเฟอร์นิเจอร์จำลองจากแค็ตตาล็อกแล้วลากและวางในตำแหน่งต่าง ๆ ในห้อง นอกจากนั้นยังสามารถบันทึกรูปและแชร์ผ่านอีเมลได้ด้วย
5. Photo Measure Lite
          สามารถคำนวณและหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับเฟอร์นิเจอร์และรูปภาพในห้องต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ถ่ายรูปพื้นที่ห้องที่จะใช้งาน แล้วเพิ่มรายละเอียดให้กับพื้นที่ในรูป แล้วแอพพลิเคชั่นนี้ก็จะคำนวณความกว้างของมุม ระดับระนาบ และแนวตั้งของหน้าต่างและประตูให้ นอกจากนั้นยังจำลองวอลเปเปอร์ ลวดลาย และสีสำหรับผนังบ้านได้อีกด้วย
6. iHandy Level
          ไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องวัดระดับน้ำอีกต่อไป เพราะ iHandy Level จะช่วยจำลองการติดภาพบนผนังบ้านของคุณให้เป็นไปอย่างง่ายดายด้วยโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว โดยแอพพลิเคชั่นจะช่วยคำนวณมุมและระดับแนวระนาบระหว่างกำแพง เฟอร์นิเจอร์กับภาพเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ลงตัวและเหมาะสมที่สุด แล้วการติดภาพไม่ตรงจะไม่เกิดขึ้นกับบ้านของคุณอีก
7. uDecore
          เพิ่มความสมจริงในการตกแต่งบ้านด้วยแอพฯ ที่พัฒนามาเพื่อการจำลองตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ในบ้านโดยเฉพาะ จัดวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ในห้องได้แบบเรียลไทม์ผ่านกล้องโทรศัพท์ มีเฟอร์นิเจอร์ให้เลือกถึง 240 แบบ สามารถปรับเปลี่ยนขนาด สี และตำแหน่งของแต่ละชิ้นได้ นอกจากนั้นยังสามารถเปลี่ยนรูปแบบของพื้นเป็นกระเบื้อง ไม้ และพรมได้อีกด้วย
8. Feng Shui Kua Finder
          เพราะฮวงจุ้ยเป็นสิ่งที่นำความสงบ สุขภาพดีและความเจริญรุ่งเรืองมาให้แก่ผู้อยู่อาศัย ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้ก็จะช่วยให้คุณหาตำแหน่งที่เหมาะสมของเฟอร์นิเจอร์ตามหลักฮวงจุ้ย ง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นเพียงแค่ใส่รายละเอียดและตำแหน่งของสิ่งแวดล้อมรอบบ้านของคุณลงไป แล้ว Feng Shui Kua Finder ก็จะให้ข้อมูลและตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย
9. Dream Home
          แอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้การออกแบบภายในและการตกแต่งบ้านของคุณง่ายขึ้น โดย Dream Home จะช่วยให้คุณเลือกของตกแต่งบ้านให้เข้ากับทุก ๆ ห้องของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรือห้องน้ำ แอพพลิเคชั่นนี้ก็รองรับการใช้งานทั้งนั้น แถมยังมีสี สไตล์ และรูปแบบห้องมากมายให้เลือก

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2558

แต่งบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่สไตล์มินิมอล

15 เทคนิคแต่งบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่ด้วยสไตล์มินิมอล



มาเอาใจคนที่ชอบความเรียบง่ายด้วยเทคนิคการตกแต่งบ้านชั้นเดียวเชียงใหม่ตามสไตล์มินิมอล ที่จะทำให้บ้านของคุณดูดีมีเอกลักษณ์ในแบบที่ต้องการ
          มินิมอลคือความเรียบง่ายที่สามารถตอบสนองความรู้สึกได้อย่างชัดเจนและเต็มเปี่ยมหรือที่เรียกว่าน้อยแต่มากนั่นเอง เช่นเดียวกับ การแต่งบ้าน จะเน้นดูดีแบบเรียบง่ายบวกกับความสบายของเฟอร์นิเจอร์ โทนสี และความโดดเด่นของวัตถุ ที่ทำให้บ้านดูโล่งสะอาดตาและได้ความสมดุลบนดีไซน์ที่พอดี จึงทำให้กลายเป็นแนวการตกแต่งบ้านอีกหนึ่งสไตล์ที่ได้รับความนิยมอยู่มาก กระปุกดอทคอมจึงไม่พลาดที่จะนำเทคนิคการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลมาฝากกัน
1. เปลี่ยนบ้านชั้นเดียว เชียงใหม่ให้เป็นมินิมอลทีละห้อง
          หากคุณเป็นมือใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับการจัดบ้านในสไตล์นี้ แนะนำให้เลือกมา 1 ห้องเพื่อทดลองใช้เป็นโมเดลสำหรับตกแต่งก่อนห้องอื่น ๆ จากนั้นก็เข้าไปเคลียข้าวของที่รกรุงรังและไม่จำเป็นออกให้หมด เพื่อเตรียมการวางรูปแบบห้องมินิมอลเพื่อนำไปใช้กับห้องถัดไป
2. แขวนพาดผ้าม่านบนเตียงสร้างบรรยากาศการนอน
          หากคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับ มาสร้างบรรยากาศการนอนหลับให้อิ่มเอม ด้วยการนำไฟประดับที่ชอบมาแขวนพาดบนผ้าม่านที่เตียงนอนให้เสมือนเอนกายลงบนปุยเมฆที่แสนสบาย
3. แขวนระหว่างเตียง 2 ชั้น
          ถ้ายังต้องแชร์ห้องนอนร่วมกับคนอื่นอยู่ แต่ไม่อยากเปิดไฟดวงใหญ่รบกวนอีกคนช่วงกลางดึก นำไฟประดับแขวนใต้เตียงชั้นบนหรือรอบเตียงด้านนอก ไว้เปิดสำหรับเดินไปห้องน้ำหรือทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ แถมยังรู้สึกเหมือนมีดาวเล็ก ๆ คอยส่งคุณเข้านอนทุกวันด้วยนะ 
4. ตกแต่งไฟประดับบนผนัง เพิ่มจุดเด่นให้ของแต่งผนัง
          ขึ้นชื่อว่าห้องทำงานฝีมือก็ต้องเต็มไปด้วยผลงานไอเดียที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ถ้าความสวยงามของของแต่งผนังที่อุตส่าห์ปั้นแต่งมาอย่างดีดูกลืนไปกับผนังจนกลายเป็นของธรรมดา ลองนำไฟประดับมาแขวนบริเวณรอบ ๆ เพียงเท่านี้ของตกแต่งก็กลับมาโดดเด่นแล้ว
5. DIY ไฟประดับเป็นที่โชว์ภาพถ่ายสวย ๆ
          บอกลากรอบรูปแบบเดิม ๆ ไปได้เลย เพราะไอเดีย DIY นี้จะทำให้การโชว์ภาพถ่ายมีความหมายขึ้นมา เพียงนำไฟประดับมาแขวนพาดสลับกันที่ผนังห้อง แล้วใช้ไม้หนีบเก๋ ๆ หรือคลิปหนีบติดภาพไว้ที่สายไฟตามที่คุณครีเอทไว้ได้เลย
6. คัดตัวเฟอร์นิเจอร์ เอาเฉพาะที่เรียบง่ายและจำเป็น
          กฎข้อนี้อาจจะดูใจร้ายไปนิดแต่ถ้าคุณอยากมีห้องในแนวนี้แล้วละก็ ต้องตัดใจทำ ! ค่อย ๆ คัดเลือกเอาแต่เฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบง่ายและจำเป็นต้องใช้งานอย่างเช่น โซฟา โต๊ะกาแฟ ขวดยาสีชา(เอาไว้ใส่ดอกไม้) และของใช้ที่มีสีใกล้เคียงสีธรรมชาติ ที่สำคัญต้องไม่มีดีไซน์ซับซ้อนมากจนเกินเหตุ แต่มีฟังก์ชั่นเหมาะสมกับการใช้งาน เน้นเห็นสัดส่วนชัดเจนดูโล่งมากกว่าเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่และหนา
7. เคลียร์พื้นที่ให้โล่งหมดที่วางของสุดรก
          ได้เวลาระเบิดคลังของสะสมสิ่งของนานาชนิดให้หมดไปจากพื้นบ้านด้วยการบริจาค ขายต่อ หรือทิ้งให้สิ้นซากหากใช้การไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรจะวางของใช้ไว้ที่พื้นเลยนอกจากเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น
8. จัดทรงไฟประดับแบบเรียบง่าย แต่แปลกตาตามสไตล์มินิมอล
          มาลองใช้ไอเดีย Less is More เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งไฟประดับในบ้านชั้นเดียวเชียงใหม่ดูสิคะ แค่จัดรูปแบบการแขวนให้ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น ไม่ว่าจะแขวนให้เป็นเส้นเดียวหรือวางไว้เฉย ๆ ก็จะดูดีในแบบมินิมอลขึ้นมาทันที
9. เก็บข้าวของเครื่องใช้ไว้ในที่ปลอดภัยไม่ให้อยู่ในสายตา
          แม้จะสกรีนสิ่งของจนละเอียดแล้วถ้ามีสิ่งของที่จำเป็นจริง ๆ ต่อการใช้งาน แนะนำให้หาที่เก็บให้พ้นสายตาไม่มีใครสามารถมองเห็น เช่น เก็บลงกล่องแล้วเอาเข้าตู้หรือเก็บในห้องเก็บของไปเลยถ้าไม่ได้ใช้บ่อย
10. เปิดผนังให้โล่งโยนอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นทิ้งไป
          นอกจากจะต้องเคลียร์พื้นบ้านให้สะอาดเอี่ยมแล้ว เราจะต้องเคลียร์ผนังบ้านให้ปราศจากตะขอแขวน ราวแขวน หรือแม้กระทั่งของตกแต่งที่ไม่จำเป็นทิ้งไป ให้เหลือไว้แค่ที่แขวนงานศิลปะบ้างนิดหน่อย
11. มองหาผลงานศิลปะที่ใช่มาติดตั้งไว้ให้ดูดี
          ออกตามหาภาพวาดหรือผลงานศิลปะที่คุณชื่นชอบในแบบเรียบง่ายตามสไตล์ชาวมินิมอลมาแต่งบ้าน อาจจะเป็นภาพวาดใส่กรอบไม้และตกแต่งด้วยผืนผ้าแนวธรรมชาติก็ได้
12. แต่งแต้มสีสันพอประมาณต้อนรับความสดชื่น
          ใช่ว่าการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลจะต้องเรียบและจืดชืดเสมอไป เพราะจริง ๆ แล้วเราสามารถใส่ลูกเล่นสีสันจากพรรณไม้และแจกันลงไปได้นิดหน่อย ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง สีแดง หรือสีฟ้า ต่างก็ช่วยเพิ่มเติมความสดใสให้กับผู้อยู่อาศัยได้ทั้งนั้น
13. ตกแต่งหน้าต่างด้วยผ้าม่านสุดเรียบ
          งานนี้ไม่ว่าจะผ้าม่านลายลูกไม้หรือผ้าม่านขนเป็ดสุดอลังทั้งหลายควรปลดลงให้หมด แล้วหาผ้าม่านแบบธรรมดาไม่มีลวดลายที่มาพร้อมกับสีทึมคล้ายสีสกัดจากธรรมชาติมาใช้ ก็จะให้ความรู้สึกหรูหราไปอีกแบบ
14. เลือกใช้โทนสีเรียบง่ายในสไตล์คลาสสิกแทนสีทึมก็ได้
          หากใครที่ยังไม่ค่อยมั่นใจกับการแต่งบ้านด้วยโทนสีทึม ๆ จากธรรมชาติ ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้โทนสีคลาสสิกอย่างขาว-ดำแทนได้เลย
15. จัดตารางเวลาเคลียร์พื้นที่บ่อย ๆ
          เนื่องจากว่าเราต้องใช้ชีวิตความเป็นอยู่ในบ้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอลจริง ๆ อาจจะมีพลาดเผลอทำรกไปบ้าง แนะนำให้หาเวลาว่างเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดให้กลับมาเรียบง่ายเหมือนเดิม ซึ่งอาจจะเป็นสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งก็ได้
          คิดจะแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลควรถามใจตัวเองดูให้ดีก่อนว่าชอบแนวนี้จริง ๆ หรือเปล่า เพราะถ้าฝืนแต่งไปตามกระแสนิยม เราอาจจะต้องทนอยู่อาศัยในบ้านที่ไม่ใช่ไปทั้งชีวิตเลยนะจะบอกให้ แต่ถ้าใครที่มั่นใจแน่วแน่แล้วว่าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็อย่าลืมเอาเทคนิคไปใช้กัน