วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ทรงบ้านชั้นเดียว กับการออกแบบ

ทรงบ้านชั้นเดียว กับการออกแบบต่างๆ

เชื่อว่าหลายท่านคงเดาไม่ถูกว่าชื่อเรื่องในวันนี้หมายความว่าอย่างไร โดยเฉพาะคำว่า “ชั้นเดียว” แล้วก็เชื่อว่าอีกหลายท่านคงจะเดาถูกว่า “ชั้นเดียว” ในที่นี้หมายถึง ทรงบ้านชั้นเดียว

ปัญหาและความรู้สึกของการอยู่ทรงบ้านชั้นเดียวนั้น มักจะอยู่ที่เรื่องของความเป็นสัดส่วนและความปลอดภัย ผู้ออกแบบหรือพวกสถาปนิกนั้นจะเจอคำถามและความรู้สึกนี้อยู่บ่อย ๆ

คนที่ช่างคิดหน่อยอาจถามว่า “อย่างนั้นก็แปลว่าบ้านหรืออาคารชั้นเดียวเป็นสถาปัตยกรรมที่ให้ความรู้สึกไม่ปลอดภัย อย่างนี้แล้วเราจะทำอาคารบ้านเรือนชั้นเดียวไปทำไม” ถ้าถามอย่างนี้ ตรงนี้ก็ถูก แต่ถ้ามองภาพรวมทั้งหมดแล้วก็จะไม่ถูก เพราะความรู้สึกเป็นสัดส่วนและความปลอดภัยนั้นไม่อยู่ที่สภาพสภาวะของสถานที่เป็นที่ตั้ง แต่อยู่ที่การประพฤติปฏิบัติของเรามากกว่า พูดง่าย ๆ บ้านสองถึงสามชั้นหากไปอยู่ในพื้นที่โจรขโมยชุกชุม ก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน

มูลเหตุของการสร้างอาคารหลายชั้นหรือชั้นเดียวนั้น อยู่ที่ขนาดพื้นที่ในเชิงปริมาณการใช้สอย และในเชิงราคาค่างวด จะเห็นชัดแจ้งว่า การสร้างอาคารชั้นเดียวในพื้นที่ที่มีราคาแพง ย่อมไม่คุ้มต่อเนื้อที่ใช้สอยที่เกิดขึ้น ในทางกลับกัน ในพื้นที่โล่งกว้างชานเมือง ในชนบทปลูกอาคารชั้นเดียวแผ่ไปตามพื้นที่ ก็อาจมีความเหมาะสมในเรื่องความคุ้มของราคาที่ดินที่ไม่แพงเหมือนในเมือง

ทรงบ้านชั้นเดียว

นอกจากนี้ อาคารหรือบ้านชั้นเดียวนั้นจะให้สภาพพื้นที่ บรรยากาศและการใช้สอย ที่แตกต่างจากอาคารหลายชั้น ทั้งในเชิงของพื้นที่ภายในและพื้นที่ภายนอก ในแง่ของบรรยากาศและความรู้สึกที่เกิดขึ้น เช่น ความอบอุ่น ความเป็นกันเอง การต้อนรับเชื้อเชิญ ความน่าอยู่ ความใกล้ชิด เหล่านี้ทรงบ้านชั้นเดียวจะมีศักยภาพมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับขนาดและรูปร่างของบ้านชั้นเดียวนั้นด้วย ในขณะที่ปลูกเป็นบ้านหลังใหญ่ หรือเป็นอาคาร 2-3 หลัง เรียงรายต่อเนื่องกัน จะให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและปลอดภัยกว่า ตรงนี้คาดว่าท่านคงจะเข้าใจอยู่แล้ว โดยไม่ต้องให้อธิบายยืดเยื้อ

การออกแบบผังอาคาร
นอกเหนือจากความสัมพันธ์เหมาะสมในเรื่องของประโยชน์ใช้สอย ขั้นตอนการใช้สอยแล้ว การกำหนดอาณาบริเวณตามหลักวิธีสถาปัตยกรรม อันได้แก่ บริเวณภายนอก บริเวณกึ่งภายนอก บริเวณสาธารณะ บริเวณสัญจร บริเวณส่วนตัว ฯลฯ ก็เป็นสิ่งที่ต้องกระทำอยู่แล้ว แต่จะต้องคำนึงถึงมากเป็นพิเศษ เพราะบริเวณและห้องทุกห้องอยู่ในชั้นเดียวกัน เราจะเน้นว่าจะต้องเข้าถึงโรงรถได้ง่ายจากภายนอก จะต้องขนของเข้าสู่ครัวได้สะดวก เพื่อนฝูงแขกเหรื่อควรเข้าห้องรับแขกได้ง่าย และมีสัดส่วน บริเวณสัญจรก็ควรกว้างขวางพอเพียง และไปยังส่วนต่าง ๆ ของบ้านได้ง่าย ส่วนของห้องนอน ซึ่งถือว่าเป็นบริเวณส่วนตัว ตำแหน่งก็มักจะอยู่ด้านในสุดของตัวบ้าน หรือในบริเวณที่เห็นได้ยากจากบริเวณรับแขก พักผ่อน และนี่คือหลักการง่าย ๆ ขั้นต้น

การออกแบบระดับและรูปร่างของอาคาร
ในทางปฏิบัติ หลังจากที่ตัวบ้านก่อสร้างเสร็จ และเข้าอยู่แล้ว ห้องที่ว่าเป็นสัดส่วนตามหลักการนั้น อาจจะไม่เป็นสัดส่วนเมื่อมองจากภายนอก คำถามที่พบบ่อยก็คือ ห่วงว่าคนที่เดินรอบบ้านจะเข้าถึงห้องนอนได้ง่าย เพราะมีชั้นเดียว..ก็ค่อนข้างจะยอมรับในความรู้สึกนั้น เพราะสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่และขับถ่ายได้นั้น (กลัวจะมีคนเข้าใจว่ารวมถึงพืชด้วย) ต้องการความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย อยู่ในเพิงถ้ำ บนคาคบไม้ จริง ๆ แล้วระดับหน้าต่างตามปกติจากพื้นห้องก็คือ 0.90 เมตร ระดับพื้นบ้านชั้นเดียวอย่างน้อยจะยกสูงจากพื้นดิน 0.6-1.20 เมตร เป็นปกติ เมื่อรวมกับระดับหน้าต่างแล้วจะเท่ากับ 1.50-2.10 เมตร ซึ่งจะพ้นสายตาระดับปกติ นอกจากนี้ ระบบประตูหน้าต่างและการตกแต่งด้วยม่าน (บังตา) ก็ช่วยได้มากในความรู้สึกปลอดภัยจะเห็นว่าความรู้สึกนี้สามารถสร้างขึ้นมาได้ และเป็นจริงได้ในเชิงปฏิบัติ

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559

เกร็ดความรู้การดูแลรักษาบ้าน

เกร็ดความรู้การดูแลรักษาบ้านหรืออยากต่อเติมบ้าน

บ้านนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนหวังไว้ว่าต้องมีไว้ในครอบครองแต่การมีบ้านนั้นก็ต้องดูแลบ้าน พื้นของแต่ละบ้านนั้นแตกต่างกันทำให้การดูแลนั้นแตกต่างกันออกไป สำหรับวันนี้เราทีมงานรับเหมาต่อเติมบ้าน เชียงใหม่มาแนะนำวิธีดูแลรักษาพื้นในแบบต่างๆ

pake1012559

1. ไม้ปาร์เก้
ไม้ปาร์เก้เป็นวัสดุที่ทำจากธรรมชาติ นิยมนำมาใช้ปูพื้นบ้าน พื้นไม้ปาร์เก้ส่วนใหญ่จะมีการเคลือบเงาบนผิวไม้ เป็นการรักษาเนื้อไม้และทำให้แลดูสวยงาม
วิธีดูแลรักษา ควรระมัดระวังเรื่องความชื้น เพราะความชื้นจะทำให้พื้นปาร์เก้บวมโปร่งพอง และน้ำที่ซึมลงไปใต้แผ่นไม้ปาร์เก้ จะทำให้กาวที่ยึดปาร์เก้กับพื้นด้านล่างเสื่อมคุณภาพ ทำให้ปาร์เก้หลุดล่อน ดังนั้นถ้าทำน้ำหกใส่บนพื้นไม้ปาร์เก้ หรือโดนน้ำฝนควรรีบเช็ดให้แห้ง และอย่าลากเฟอร์นิเจอร์กับพื้น เพราะจะทำให้พื้นไม้เป็นรอยควรใช้การยกแทน การทำความสะอาด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดถูบนพื้นไม้หากพื้นไม้ไม่ค่อยเงางาม ให้ใช้ขี้ผึ้งเคลือบเงาทับ

zaramix1012559

2. กระเบื้องเซรามิค
กระเบื้องเซรามิคสำหรับการปูพื้นและผนัง เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันทุกหลังคาเรือนเนื่องจากมีความสวยงาม ก่อสร้างง่าย มีระดับราคาให้เลือกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับคุณภาพและลวดลายของกระเบื้อง
วิธีการดูแลรักษา ต้องระวังพยายามอย่าให้ของที่มีน้ำหนักตกกระทบ เพราะจะทำให้กระเบื้องแตกร้าวได้ การทำความสะอาดให้ใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาบิดให้หมาดๆเช็ดถูกรณีในห้องน้ำการใช้น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำที่มีฤทธิ์รุนแรงเกินไป อาจจะทำลายปูนซีเมนต์ขาวที่ใช้ยาแนวกระเบื้อง จนทำให้น้ำซึมเข้าใต้แผ่นกระเบื้องได้การซ่อมแซมกระเบื้องที่แตกร้าว ให้สกัดกระเบื้องแผ่นที่แตกออก ทำความสะอาดผิวคอนกรีตด้านล่าง ติดกระเบื้องแผ่นใหม่โดยใช้ปูนกาวสำหรับติดกระเบื้อง แล้วยาแนวรอยต่อของแผ่นกระเบื้องด้วยปูนซีเมนต์ขาว

stoneFoor1012559

3. หินอ่อน
หินอ่อนเป็นวัสดุธรรมชาติที่นิยมนำมาใช้ในการปูพื้นและผนังเหมือนหินแกรนิต
วิธีดูแลรักษา ระมัดระวังไม่ให้ถูก น้ำยาฟอกสี และผงซักฟอก เพราะจะทำให้หินอ่อนมีรอยด่าง และหินอ่อนเป็นหินที่อ่อนจึงไม่ควรนำวัสดุเนื้อหยาบมาขัดถู การทำความสะอาดให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ และเช็ดถู โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดใดๆ

gradnid1012559

4. หินแกรนิต
แกรนิตเป็นวัสดุธรรมชาติที่นิยมนำมาใช้ในการปูพื้นและผนัง แต่ค่อนข้างมีราคาแพงนิยมใช้ตกแต่งทั้งบ้านและสำนักงาน
วิธีดูแลรักษา ระมัดระวังไม่ให้ถูกสิ่งสกปรกที่สามารถซึมลงไปในเนื้อหินได้ เช่น คราบสีฝุ่น,คราบยางไม้ เพราะจะไม่สามารถเอาคราบสกปรกนั้นออกมาได้ การทำความสะอาดให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดถู โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดใดๆ

หากคุณมีความสนใจที่จะสร้างบ้านหรือต่อเติมบ้าน สามารถติดต่อเราทีมงานรับเหมาต่อเติมบ้าน เชียงใหม่ ได้เลยที่ http://www.chiangmaihousebuilder.com/

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

รับเหมาต่อเติมบ้าน เชียงใหม่กับข้อควรรู้ก่อนต่อเติมบ้าน

รับเหมาต่อเติมบ้าน เชียงใหม่บอกข้อควรรู้ก่อนต่อเติมบ้าน

ในการซื้อบ้านจัดสรร หากว่าเจ้าของบ้านไม่ได้สนใจจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวบ้านและอยู่อาศัยในบ้านแบบเดิมๆ ที่สร้างโดยเจ้าของโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมือนกันทุกหลัง ก็ไม่จำเป็นต้องมาสนใจเรื่องพวกนี้มากนัก แต่ถ้าหากว่าเจ้าของบ้านอยากจะต่อเติมบ้านที่ต่างออกไปจากที่โครงการได้ออกแบบเอาไว้ เช่น ต้องการห้องครัวที่ใหญ่ขึ้น อยากได้โรงจอดที่มีหลังคา เราทีมงานรับเหมาต่อเติมบ้าน เชียงใหม่ บอกบอกสำหรับเจ้าของบ้านต้องศึกษาเรื่องพวกนี้เอาไว้



ระยะถอยร่นตามกฎหมาย
เรื่องสำคัญในการต่อเติมคือเรื่องของระยะถอยร่นตามกฎหมาย หากต่อเติมแล้วแนวชายคายื่นไปจนถึงแนวเขตที่ดินที่ติดกันอย่าคิดว่าสิ่งก่อสร้างนั้นอยู่ในที่ของเราแล้วไม่เป็นอะไรเช่น เมื่อเกิดฝนตกหลังคาก็จะระบายน้ำข้ามกระเด็นไปยังบ้านข้างเคียง กรณีนี้ถือว่าเราผิดกฎหมาย ซึ่งแนวทางแก้ไข ก็คือ การทำรางน้ำที่ชายคา และรักษาระดับแนวของรางน้ำให้อยู่ในเขตของบ้านเรา และอย่าต่อเติมจนเต็มพื้นที่เพราะบ่อยครั้งปัญหาเหล่านี้ ทำให้เพื่อนบ้านต้องหมางใจกันได้ง่ายๆ ทางออกที่ดีที่สุดคือ การต่อเติมให้ถูกตามกฏหมายเรื่องระยะถอยร่น ดังนี้

ส่วนของบ้าน ระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดิน กำแพงที่มีช่องลม ช่องหน้าต่าง ช่องแสง บ้านสูงไม่เกิน 9 เมตร ต้องถอยร่นอย่างน้อย 2 เมตร
- บ้านสูงเกิน 9 เมตร ต้องถอยร่นอย่างน้อย 3 เมตร
- กำแพงทึบ (ไม่มีช่องลม ช่องแสง) ทุกชั้นต้องถอยร่น 50 ซ.ม. ถ้าสร้างชิดแนวเขต ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จาก เจ้าของที่ดินข้างเคียง
- ระเบียงและเฉลียง เฉลียงชั้นที่ 1 ทำยื่นออกไปชิดแนวเขตได้
- ระเบียงชั้นที่ 2 ต้องทำราวกันตกถอยร่นจากเขตอย่างน้อย 2 เมตร
- ระเบียงชั้นที่ 3 ต้องทำราวกันตกถอยร่นจากเขตอย่างน้อย 3 เมตร และหากต้องการทำระเบียงที่ห่างจากเขตเพียง 50 ซ.ม. ต้องทำราวกันตกในลักษณะเป็นผนังทึบสูง 1.80 เมตรโดยตลอดแนวเขตกันสาด ชั้นที่ 2 และ 3 กันสาดยื่นออกมาจากตัวบ้านและห่างจากเขต อย่างน้อย 50 ซ.ม.

พูดคุยกับเพื่อนบ้าน
การต่อเติมบ้านถ้าหากว่าเป็นบ้านจัดสรรนั้น พื้นที่ต่อเติมมักจะขยายไปจนชิดขอบรั้วบ้าน ซึ่งช่างหรือผู้รับเหมาไม่สามารถจะแทรกตัวเข้าไปทำงานด้านนอกของกำแพงได้ บางครั้งอาจจะต้องปีนข้ามกำแพงเข้าไปในเขตบ้านของเพื่อนบ้าน ถ้าหากว่าไม่คุยกันไว้ก่อนอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นฟ้องร้องกันได้ หรือกรณีที่ต้องตอกเสาเข็ม แรงสั่นสะเทือนของเสาเข็มบางประเภทอาจจะส่งผลกระทบกับโครงสร้างของตัวบ้าน ถึงแม้ว่าเสาเข็มแบบสปันไมโครไพล์จะถูกออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือนขณะตอก แต่ถ้าไม่คุยกับเพื่อนบ้านไว้ก่อนก็อาจจะเป็นปัญหาได้เหมือนกัน

ปรึกษาวิศวกร
การต่อเติมบ้านส่วนใหญ่จะเป็นการต่อเติมบนโครงสร้างเดิม จึงควรให้วิศวกรมาทำการตรวจสอบรากฐานและโครงสร้างเดิมว่าสามารถรับน้ำหนักในการต่อเติมได้หรือไม่ และเพื่อความปลอดภัย ควรเลือกวัสดุที่ใช้ต่อเติมเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา เช่น ใช้โครงสร้างเหล็กหรือใช้ผนังเบา แต่ถ้าหากว่าส่วนที่ต่อเติมเข้าไปมีน้ำหนักมากจนโครงสร้างเดิมไม่สามารถรับน้ำหนักได้ จะต้องมีการลงเสาเข็มเพื่อเสริมตัวโครงสร้างเดิมด้วย เพราะว่าหากไม่เสริมฐานรากเสาเข็ม อาจจะส่งผลให้โครงสร้างเดิมของบ้านเกิดการเสียหาย ซึ่งปัญหาที่จะตามเข้ามาก็คือบ้านร้าว บ้านทรุด และอาจจะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่โตจนถึงขั้นต้องรื้อทุบใหม่ทั้งหมดได้

หากคุณกำลังมองหาช่างต่อเติมบ้านเชียงใหม่ เราทีมงามรับเหมาต่อเติมบ้าน เชียงใหม่ พร้อมให้บริการสำหรับทุกท่านหรือมีข้อสงสัยอยากสอบถามก็สามารถติดต่อเราได้