วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เงินออกไม่มีเข้า ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะฮวงจุ้ยบ้านสวยเชียงใหม่ไม่ดีหรือเปล่า

บ้านสวยเชียงใหม่กับเงินออกไม่มีเข้า ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะฮวงจุ้ยหรือป่าว



เคยรู้สึกกันบ้างไหมคะว่า ขยันทำงานแทบตาย ประหยัดแล้วประหยัดอีก ได้เงินมาก้อนหนึ่ง หวังจะใช้ให้ได้ตลอดรอดฝั่งจนถึงสิ้นเดือน แต่มันต้องมีเรื่องหยิบมาใช้จนหมดก่อนทุกที จนสุดท้ายต้องไปหยิบยืมพ่อแม่ ญาติ หรือเพื่อนสนิท หากคุณรู้สึกว่าทำอย่างไรก็เก็บเงินไม่อยู่ จริงๆ แล้วอาจเป็นเพราะ ฮวงจุ้ยในบ้านสวยเชียงใหม่ไม่ดีก็ได้นะคะ
วิธีปรับฮวงจุ้ยรับทรัพย์ก้อนโต ไม่ยากอย่างที่คิด
1. หาจุดรับทรัพย์ในบ้าน
โดยยืนอยู่หน้าประตูบ้าน หันหน้าเข้าบ้านสวยเชียงใหม่ (เหมือนกำลังจะเดินเข้าบ้าน) ตำแหน่งถังเงินถังทอง หรือจุดรับทรัพย์ของบ้าน จะอยู่ด้ายท้ายของบ้านฝั่งซ้ายมือค่ะ สามารถหาจุดรับทรัพย์จากห้องต่างๆ ได้ด้วยนะคะ เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ก็ยืนหน้าประตู ตำแหน่งเดียวกัน
2. เคลียร์พื้นที่ตรงจุดรับทรัพย์ให้โล่ง
อย่าให้มีอะไรมากอง มาสุมให้รกเด็ดขาด
3. ของแตก หัก พัง เอาออกให้หมด
ว่ากันว่าของแบบนี้จะดูดพลังดี และกระแสทรัพย์จะนิ่งเสียไปด้วย ของพังรวมไปถึงนาฬิกาถ่านหมด ลิ้นชักพัง หลอดไฟขาด กล่องใส่ของหัก และอื่นๆ
4. เพิ่มสีเขียว สีม่วงในบ้านสวยเชียงใหม่
สีเขียว เป็นสีเรียกเงิน เป็นสีแห่งการเจริญงอกงาม ออกดอกออกผลเหมือนต้นไม้ ส่วนสีม่วง คอความร่ำรวยมั่งคั่งราวกับเศรษฐี หากสามารถวางสิ่งของ หรืออาหารที่มีสีเขียวสีม่วงเข้าไว้ด้วยกัน เช่น องุ่นเขียว องุ่นม่วง ไว้ตรงจุดรับทรัพย์ อาจจะเป็นจุดรับทรัพยของห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร หรือห้องครัว ก็ทำให้ช่วยเรียกทรัพย์ได้ แต่อย่าลืมวางทิ้งไว้จนองุ่นแห้งเน่าคาชามล่ะ
5. ทำความสะอาดกระเป๋าสตางค์
เราใช้กระเป๋าสตางค์ทุกวัน จนอาจละเลยเรื่องความสะอาด จะเช็ดหรือจะซัก ก็อย่าลืมจัดระเบียบกระเป๋าสตางค์ด้วยการเอาใบเสร็จ เศษกระดาษต่างๆ ออกจากกระเป๋า และจัดเก็บบัตรต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
6. เก็บเงินไว้ที่สูง
ยิ่งสูงยิ่งดี ให้เราเห็นคุณค่าของเงิน กระปุกออมสิน ซองใส่เงินต่างๆ นำขึ้นที่สูงเหนือศรีษะให้หมด
7. เห็นความสำคัญของสมุดบัญชี
แทนที่เราจะมองว่าเป็นแค่สมุดกระดาษ เราอาจซื้อซองพลาสติกใสมาใส่ ให้สมุดบัญชีใหม่ ไม่มีรอยขาดแหว่ง แล้ววางสมุดบัญชีไว้ตำแหน่งรับทรัพย์ของห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องส่วนตัว
8. แบ่งปันโชคลาภให้คนอื่น
เงินที่หามาได้ ก็อย่าลืมเอาไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หรือสัตว์ที่ด้อยโอกาสด้วย ทำบุญทำทาน หรือบริจาคการกุศลต่างๆ นอกจากเราจะได้รับทรัพย์มากขึ้นในวันข้างหน้า เรายังได้บุญจากการแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้แก่คนอื่นอีกด้วย
จัดฮวงจุ้ยในจิตใจ รับมือกับความเครียด
"ฮวงจุ้ยในจิตใจ เกิดขึ้นเพราะความเครียด" ความเครียดคือศัตรูตัวฉกาจที่เราสร้างขึ้นมาทำลายตัวเองโดยไม่รู้ตัว ยิ่งในสังคมปัจจุบันด้วยแล้วสารพัดปัญหาที่เข้ามารุมล้อมชีวิตก่อเกิดเป็นพลังชี่แห่งความเครียดอยู่ภายในสิ่งแวดล้อม ลองมองไปรอบๆ ตัวแล้วเปรียบเทียบดูสิว่าในแต่ละวันเราเจอคนหน้านิ่วคิ้วขมวดกี่คน

และคนยิ้มแย้มแจ่มใสสักกี่คน หรือใช้ตัวอย่างใกล้ตัว ลองส่องกระจกดูหน้าตัวเอง รูป โบที่ผูกอยู่ที่หว่างคิ้ว และความเหนื่อยล้าที่สะท้อนออกมาจากดวงตาเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความเครียดที่เห็นได้ชัดที่สุด การจะเอาชนะความเครียด ใครๆ อาจว่ายาก เพราะรอบตัวเรามีแต่สิ่งเร้าที่ทำให้เครียดได้ทุกเรื่อง แต่จริงๆ แล้วมีหลักการไม่กี่ข้อที่ทุกคนเข้าใจกันดีอยู่แล้ว แต่น้อยคนนักที่จะลองนำมาปฏิบัติดู

หมั่นสำรวจตัวเอง การทำเช่นนี้จะทำให้เรารู้ถึงระดับความเครียดที่กดดันอยู่ภายในตัว ลองหาต้นตอของสิ่งที่ทำให้เครียดแล้วจดใส่กระดาษไว้ แล้วเราจะพบว่าความเครียดทั้งหลายแหล่ที่ยาวเป็นหางว่าวนั้น เกิดจากสาเหตุสำคัญๆ 3 ประการ คือ

1.ผู้คนรอบข้างที่ทำให้เกิดความเครียดทางอารมณ์
2.สถานการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เกิดความเครียดทางร่างกาย
3.รูปแบบชีวิตที่ทำให้เกิดความเครียดทางจิตใจ

เมื่อพิจารณาสาเหตุสำคัญที่ก่อเกิดความเครียดแล้ว ก็จะเห็นว่าแท้ที่จริงแล้วจิตใจนั่นเองที่เป็นรากเหง้าของความเครียด เราไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนอื่นได้ ไม่สามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ และไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ได้

แต่เราสามารถเปลี่ยนทัศนคติและวิธีการตอบสนองของตัวเองต่อสิ่งนั้นๆ ได้ หารากของความเครียดให้เจอ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกผิด ความกดดัน การถือตัวเองเป็นใหญ่ ความถือทิฐิ ความทะเยอทะยาน ความน้อยเนื้อต่ำใจ และความกลัว ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากจิตใจที่ปรุงแต่งขึ้นทั้งสิ้น

ต่อไปนี้คือหลักการ 5 ในการกำจัดความเครียดออกจากจิตใจ
ข้อแรก ฝึกสร้างความสงบนิ่งขึ้นในจิตใจ ซึ่งสามารถทำได้โดยชะลอการตอบสนองของเราต่อคนรอบข้าง เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เครียด ฝึกตอบสนองต่อเรื่องต่างๆ เหล่านี้ให้ช้าลง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดความวิตกกังวลจนอยากจะตอบสนองต่อสิ่งนั้นๆ ออกไปในทันที ให้นั่งนิ่งๆ แล้วนับ 110 สงบสติอารมณ์ และให้เวลากับตัวเองที่จะคิดพิจารณาปัญหาต่างๆ อย่างรอบคอบก่อน

ข้อสอง ฝึกปรับเปลี่ยนสิ่งร้ายๆ ต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนทัศนคติของตนเองที่มีต่อคนที่มาทำให้เกิดความเครียด คิดเสียว่าคนที่สร้างปัญหาทำให้เรามีโอกาสได้ฝึกความอดทนอดกลั้น สิ่งนี้จะช่วยยกระดับการกำหนดรู้ทางจิตใจ สติปัญญา และจิตวิญญาณขึ้นมาพร้อมๆ กัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นผลในทันที ทุกอย่างต้องใช้เวลา และความอดทน

ข้อสาม ฝึกวิธีผ่อนคลายทางร่างกาย เริ่มจากการฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ ฝึกกายบริหารง่ายๆ ฝึกปฏิบัติโยคะ หรือชี่กง อย่างง่ายๆ หรือฝึกกายบริหารที่ทำให้ได้ยืดเส้นยืดสายเพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวดเมื่อยล้าทางร่างกาย แล้วระดับความเครียดจะลดลงไปพร้อมๆ กับร่างกายที่ผ่อนคลาย หรืออาจใช้วิธีการบำบัดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อรูปแบบต่างๆ เช่น การนวดตัวด้วยน้ำมันหอม การกดจุดนวดเท้า เป็นต้น เมื่อเราดูแลร่างกายแล้ว ก็เท่ากับได้ดูแลจิตใจด้วย

ข้อสี่ สร้างทัศนคติที่ดีด้วยการคิดถ้อยคำสั้นๆ ที่ทรงพลังและเป็นไปในแง่บวก เพื่อกระตุ้นความมั่นใจและกำลังใจให้เกิดขึ้นในตัว เขียนข้อความดีๆ เหล่านั้นแล้วนำไปติดไว้ตามที่ต่างๆ ที่สามารถมองเห็นได้บ่อยๆ ที่สำคัญคือจะต้องท่องข้อความเหล่านั้นซ้ำๆ เหมือนบทสวดมนต์ให้ขึ้นใจจนกว่าจะเกิดความเชื่อในข้อความเหล่านั้น จำไว้ว่าข้อความที่ใช้จะต้องเป็นรูปปัจจุบันกาล และคำที่ใช้ก็จะต้องเป็นคำที่สร้างทัศนคติในแง่บวก
ข้อห้า ใช้จินตนาการสร้างภาพที่ดีของตัวเอง จินตนาการว่าตัวเองกำลังมีความสุข ผ่อนคลาย นอนเล่นอยู่ริมชายหาด หรือกำลังเดินเล่น ภาพเหล่านี้มีพลังในการจูงอารมณ์และสื่อถึงความรู้สึกและทัศนคติที่แตกต่าง บอกกับตัวเองว่า ฉันจะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันพร้อมกับนึกภาพว่าทำได้อย่างนั้นจริงๆ
การควบคุมความเครียดจะช่วยให้เราได้ปรับสมดุลภายในจิตใจ เมื่อฝึกปฏิบัติตามวิธีการเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ต่อไปเมื่อมีเรื่องเครียดๆ มากระทบ จิตใจของเราซึ่งมีภูมิคุ้มกันความเครียดแล้วก็จะสามารถตอบสนองต่อปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ทำร้ายตัวเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น